ส่องความคืบหน้าโครงการถมทรายบริเวณหาดชลาทัศน์ หลังล่าช้ากว่ากำหนดคาดเสร็จ เม.ย.62
ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงความคืบหน้าโครงการถมทรายบริเวณหาดชลาทัศน์
ตามที่ศูนย์สวัสดิการประชาชนจังหวัดสงขลา และเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนอำเภอเมืองสงขลา ขอทราบรายละเอียดและความคืบหน้าโครงการปรับปรุงทิวทัศน์ (ถมทราย) บริเวณชายหาดชลาทัศน์ ซึ่งเบื้องต้น สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลามีการชี้แจงรายละเอียดไปแล้ว แต่กลุ่มผู้ร้องต้องการให้ผู้เกี่ยวข้อง (กรมเจ้าท่า และผู้รับจ้าง) โดยตรงมาชี้แจงทำความเข้าใจ นั้น

เมื่อวันที่ (15 ม.ค.62) เวลา 14.30 น.ณ ห้องประชุมชั้น 3 สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา นายไพโรจน์ จริตงาม รอง ผวจ.สข./ผอ.ศดธ.สข. ได้มอบหมาย นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา เข้าร่วมประชุม พร้อมตัวแทนภาคประชาชน ประมาณ 20 คน โดยมีตัวแทนจากกรมเจ้าท่า ร่วมลงมาชี้แจง ประกอบด้วย นายวิชัย คำคง ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 นางสาวผจงกร ณ นคร วิศวกรโยธาชำนาญการ กองวิศวกรม กรมเจ้าท่า นายสุธี สุขสง ผอ.สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา และผู้แทนของผู้รับจ้าง (วิศวกร) ได้ชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ว่า
1) ตามสัญญาจ้างผู้รับจ้างคือ บริษัท เค.พี.ซี.เอนเตอร์ไพร้ส์ จำกัด เริ่มงานวันที่ วันที่ 1 มิถุนายน 2559 กำหนดแล้วเสร็จวันที่ 18 ตุลาคม 2561 ค่าจ้าง 269,600,000.- บาท การศึกษาออกแบบและจัดทำมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมระหว่างก่อสร้าง โดยสถาบันวิจัยทรัพยากรน้ำ และสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2) การดำเนินงานที่ผ่านมาได้สำรวจแหล่งทราย ประชาสัมพันธ์โครงการ และได้ดำเนินการตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โดยการขนย้ายทรายและเติมทรายบริเวณพื้นที่ที่กำหนด ปัจจุบันได้ปริมาณ 60,000 ลูกบาศก์เมตร สำหรับการจ่ายเงินค่าจ้าง ได้จ่ายเฉพาะค่างานที่ทำได้จริงตามเงื่อนไขของสัญญา
3) สภาพปัญหาของการทำงานล่าช้าและการดำเนินการแก้ไขปัญหา เนื่องจากช่วงเวลาทำงานเริ่มแรกผู้รับจ้างดำเนินการล่าช้าในขั้นตอนเบื้องต้น และทำให้ติดมรสุม หลังจากมรสุมหมดผู้รับจ้างนำเครื่องมือเครื่องจักรเข้ามาทำงานประสบปัญหาเรื่องการขนทรายและนำทรายขึ้นฝั่งไม่ได้ตามแผน และเกิดการสูญเสียทรายที่ไหลกลับลงทะเล และการเสนอแผนการทำงานที่ไม่ชัดเจนของผู้รับจ้าง เนื่องจากปัญหาภายในของบริษัทผู้รับจ้างทำให้งานล่าช้า
4)การดำเนินการแก้ไขปัญหานั้น กรมเจ้าท่าได้มีหนังสือเร่งรัดงานแจ้งต่อผู้รับจ้างมาโดยตลอด รวมทั้งได้เรียกผู้บริหารของบริษัทมาร่วมหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขและปรับปรุงวิธีการทำงานเพื่อให้งานแล้วเสร็จโดยเร็วหลายครั้ง ปัจจุบันผู้รับจ้างได้เสนอแผนการทำงานและการ
เพิ่มเครื่องมือ เครื่องจักรที่เหมาะสมตามสภาพการทำงานเพื่อมาดำเนินการภายในช่วงหลังมรสุมสิ้นสุด คาดว่าจะเริ่มงานได้ช่วงต้นปี พ.ศ. 2562 และแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2562
5)กรมเจ้าท่าได้มีหนังสือสงวนสิทธิ์ค่าปรับ (วันละ 269,600.-บาท) และแจ้งเงื่อนไขข้อกำหนดในสัญญาเพื่อแจ้งให้ผู้รับจ้างเร่งรัดงานให้เป็นไปตามสัญญา
ทั้งนี้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งในการรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ถือเป็นโอกาสดีที่ได้รับฟังการชี้แจงข้อมูลข้างต้น และความคิดเห็นของภาคประชาชนที่อาจจะต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา (ที่เหลือ) ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่อย่างเหมาะสม และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณชายหาดชลาทัศน์ ซึ่งกรมเจ้าท่าจะต้องนำไปพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

ที่มา ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา "สงขลาเมืองแห่งความสุข"