
ผศ.วศิน สุวรรณรัตน์
ทั้งนี้ ขยะ พลาสติก จำนวนมากที่พบอยู่ในอ่าวไทยข้างต้นนี้ เมื่อถูกแสงแดด ออกซิเจน และคลื่นจากกระแสน้ำทะเลจะผุพังและแตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จนมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับหรือเล็กกว่า 5 ม.ม. ที่ถูกเรียกว่า ไมโคร พลาสติก ดังนั้นถุงพลาสติกหรือแก้วพลาสติก 1 ชิ้น เมื่อถูกทิ้งลงสู่ทะเลเมื่อเวลาผ่านไปจะผุพัง แตกหัก สลายตัวกลายเป็น ไมโครพลาสติก จำนวนหลายพันชิ้น และสามารถล่องลอยไปทั่วโลกตั้งแต่ผิวน้ำจนถึงใต้ท้องทะเล และเนื่องจากมันมีขนาดเล็ก และมีสีสรรใกล้เคียงกับแพลงก์ตอนพืชและสัตว์ จึงทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆในทะเลกินมันเข้าไป และสะสมอยู่ในตัวมัน และปนเปื้อนอยู่ในห่วงโซ่อาหารในที่สุด ซึ่งเมื่อมนุษย์บริโภคสัตว์น้ำที่ปนเปื้อน ไมโครพลาสติก เหล่านี้เข้าไป อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและอนามัย หรือเป็นสารก่อมะเร็งของมนุษย์ได้ เนื่องจากความเป็นพิษของสารเคมีที่เติมเข้าไป ในขบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ได้สีและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ พลาสติก นั้นตรงกับความต้องการของตลาด
นอกจากนี้ขยะ ไมโครพลาสติก ในทะเลเหล่านี้ต้องใช้เวลานานนับ 400-500 ปี จึงสามารถย่อยสลายตัวได้ทั้งหมด จึงเป็นผลให้ปริมาณขยะ ไมโครพลาสติก ในทะเลนับวันจะมีเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เนื่องจากปริมาณขยะที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเลทั่วโลก ปีละ 8 ล้านตัน/ปี และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ภายในปี พ.ศ. 2573 โดย 80% ของขยะที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเลเป็นขยะ พลาสติก
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน โดยทั้งทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยต้องเริ่มแก้ปัญหา เช่น เปลี่ยนจากการใช้แก้วพลาสติกมาเป็นแก้วกระดาษ เปลี่ยนจากการใช้โฟมบรรจุอาหารมาใช้ใบตองและกระดาษไข หรือโฟมชานอ้อย การกำจัดขยะ พลาสติก อย่างถูกต้อง เช่น การนำขยะ พลาสติกกลับมาใช้ใหม่








