นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ออกแบบเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบริเวณวัดแหลมพ้อ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา มีความยาวประมาณ 230 เมตร พบปัญหาการกัดเซาะตลิงตั้งแต่บริเวณเชิงสะพานติณสูลานบนจนถึงสุดเขตวัดแหลมพ้อ โดยแนวตลิ่งบริเวณท่าเทียบเรือของวัดอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมทำให้การขึ้น-ลงเรือบริเวณท่าเทียบเรือไม่สะดวก ไม่ปลอดภัย พบร่องรอยการรุกล้ำของน้ำเข้าไปยังแผ่นดินซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อโบราณสถานที่สำคัญที่อยู่ในวัดได้ ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่บริเวณริมตลิ่งและบริเวณท่าเทียบเรือของวัดไม่พบโครงสร้างป้องกันแนวริมตลิ่ง โดยทางวัดได้นำเศษวัสดุก่อสร้างมาทิ้งไว้บริเวณริมตลิ่งเพื่อป้องกันการกัดเซาะแนวตลิ่งบางส่วน
โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ รับงบประมาณเพื่อดำเนินการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลจึงว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วยบริษัท เอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัดและบริษัทแมคโครคอนซัลแตนท์ จำกัดให้เป็นผู้ดำเนินการออกแบบศึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (เออีซี) ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการ เป็นระยะตลอดการศึกษาเพื่อให้การพัฒนาโครงการมีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และเกิดผลประโยชน์สูงต่อท้องถิ่นและประเทศชาติ
สำหรับการประชุมในวันนี้เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 เพื่อนำเสนอข้อมูลทางเลือกที่เหมาะสมและชี้แจงรายละเอียดของ โครงสร้าง ของเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล นำเสนอรายละเอียดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และ ข้อห่วงกังวลของประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการทุกภาคส่วน เพื่อประโยชน์ต่อการนำมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงการพัฒนาโครงการ ให้สอดคล้องกันความต้องการของท้องถิ่นและชุมชนอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาโครงการ






ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าวภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา