สธ.สงขลา เตือนประชาชน ป้องกันโรคอุจจาระร่วง หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น
สธ.สงขลา เตือนประชาชนระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหาร รักษาความสะอาดของตนเองเพื่อป้องกันโรคอุจจาระร่วงในช่วงหน้าร้อน โดยพบอัตราผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วในพื้นที่อำเภอนาหม่อม เมืองสงขลา และกระแสสินธุ์

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เตือนประชาชนเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด ปกปิดมิดชิด แนะนำเคล็ดลับป้องกันการเจ็บป่วยวิธีง่าย ๆ ด้วยการหมั่นล้างมือ ทั้งก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง เนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้นในช่วงหน้าร้อนทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย อาหารค้างมื้อและมือไม่สะอาดทำให้เสี่ยงต่อโรคอุจจาระร่วง
นายแพทย์ อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ช่วงนี้เริ่มสู่หน้าร้อนของประเทศไทย สภาพอากาศเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรค ทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคอุจจาระร่วงได้ง่าย สำหรับสถานการณ์โรคอุจจาระร่วงจังหวัดสงขลา นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 25 ก.พ. 2562 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้รับรายงานผู้ป่วย โรคอุจจาระร่วง จำนวนทั้งสิ้น 2,721 ราย (คิดเป็นอัตราป่วย 193.13 ต่อประชากรแสนคน) ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน อำเภอที่มีผู้ป่วยสูงสุด คือ อำเภอนาหม่อม , อำเภอเมือง และอำเภอกระแสสินธุ์ ตามลำดับ กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือกลุ่มอายุ5-9 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 25-34 ปี, 15 - 24 ปี, 10-14 ปี ขึ้นไป ตามลำดับ โรคนี้เกิดจากการรับประทานอาหารและดื่มน้ำ/เครื่องดื่มที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนเชื้อโรค หรือมีการปนเปื้อนเชื้อโรคจากมือของผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงที่ล้างไม่สะอาดแล้วมาประกอบอาหาร โดยอาการของผู้ป่วย หลังรับประทานอาหารที่มีเชื้อโรคแล้ว ประมาณ 10-12 ชั่วโมง หรือ 24-72 ชั่วโมง (ขึ้นกับชนิดของเชื้อก่อโรค) จะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลว ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายมีมูกปนเลือด แม้เพียง 1 ครั้ง อาจมีอาเจียนร่วมด้วย และอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย จนกระทั่งมีอาการรุนแรงถึงเสียชีวิตได้ ในทารกและเด็กเล็ก ที่เกิดจากเชื้อไวรัส อาจมีไข้ต่ำๆ เป็นหวัด ต่อมามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายอุจจาระเหลวตามมา

สำหรับโรคอาหารเป็นพิษ สถานการณ์โรคจังหวัดสงขลา นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 25 ก.พ. 2562 ได้รับรายงานผู้ป่วยทั้งสิ้น 173 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 12.28 ต่อประชากรแสนคน อำเภอที่พบผู้ป่วยสูงสุดได้แก่อำเภอเมืองสงขลา และอำเภอสะบ้าย้อย โรคนี้เกิดจากพิษของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เห็ด หรือสารเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ซึ่งมักพบในอาหารที่ปรุงสุกๆดิบๆ จากเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมทั้งอาหารกระป๋อง อาหารทะเล และน้ำนมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ นอกจากนี้อาจพบในอาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านานๆ แล้วไม่ได้แช่เย็นไว้ และไม่ได้อุ่นให้ร้อนพอก่อนรับประทานจะทำให้เป็นโรคนี้ได้ อาการสำคัญ คือ มีไข้ ปวดท้อง เนื่องจากเชื้อโรค ทำให้เกิดการอักเสบที่กระเพาะอาหารและลำไส้ นอกจากนี้ มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง ซึ่งถ้าถ่ายมากจะเกิดอาการขาดน้ำและเกลือแร่ได้ และบางรายอาจมีอาการรุนแรง เนื่องจากมีการติดเชื้อ และเกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆของร่างกาย และเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสโลหิต จะทำให้เกิดโลหิตเป็นพิษ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะเด็กทารก เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
นายแพทย์อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประชาชนมีอาการของโรคอุจจาระร่วง สามารถเริ่มต้นรักษาได้ที่บ้านโดยให้ดื่มสารละลายเกลือแร่โอ อาร์เอส หรือของเหลวมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก น้ำข้าว หรือแกงจืด ไม่งดอาหาร รวมทั้งนมแม่ สำหรับเด็กที่ดื่มนมผสมให้ผสมเหมือนเดิมแต่ลดปริมาณลดลง และให้สลับกับสารละลาย น้ำตาลเกลือแร่ เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร และหยุดให้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ เมื่อผู้ป่วย มีอาการดีขึ้น เช่น ถ่ายน้อยลง ที่สำคัญไม่ควรกินยาเพื่อให้หยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อโรคยังคงอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะเป็นอันตรายมากขึ้น , การใช้ยาปฏิชีวนะควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ แต่ถ้าผู้ป่วยยังถ่ายบ่อย และมีอาการมากขึ้น เช่น อาเจียนมากขึ้น รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ ไข้สูงหรือชัก ถ่ายอุจจาระเป็นมูกหรือปนเลือด ควรพาไปพบแพทย์
ส่วนการป้องกันโรคอุจจาระร่วง ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” โดยกินอาหารปรุงสุกใหม่ ไม่มีแมลงวันตอม , ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังจากขับถ่าย โดยเฉพาะผู้ประกอบการอาหาร ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนทำอาหารเสมอ, ใช้ช้อนกลาง, ปกปิดอาหารให้มิดชิด อาหารที่เหลือจากการรับประทาน หรืออาหารสำเร็จรูป ควรอุ่นให้ร้อนจัด ทุกครั้งก่อนรับประทาน, กำจัดขยะให้ถูกวิธี ดูแลสิ่งแวดล้อมบริเวณบ้านให้สะอาด ป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน ดื่มน้ำสะอาด และเลือกซื้อน้ำแข็งที่ถูกหลักอนามัย ถ่ายอุจจาระลงส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อให้เด็กมีภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ หากบุคคลในครอบครัวเจ็บป่วยมีอาการรุนแรงหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถขอความช่วยเหลือจากสายด่วนนเรนทรสงขลา หมายเลขโทรศัพท์ 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวโดย ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด 1 มี.ค. 62สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา