นายศักระ กปิลกาญจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลกำหนดให้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลตระหนักดีว่าการค้ามนุษย์เป็นภัยอันร้ายแรงและนับวันจะทวีความรุนแรงซับซ้อนมากขึ้น จึงได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้กับการค้ามนุษย์เป็นการเฉพาะมีเจตนารมณ์เพื่อปราบปรามองค์กรอาชญากรรมที่แสวงหาประโยชน์จากมนุษย์ด้วยกันและ ให้คุ้มครองบุคคลที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และรัฐบาลได้มอบนโยบาย " ไม่ยอมรับต่อปัญหาการค้ามนุษย์"(Zero Tolerance) เพื่อให้ทุกภาคส่วนนำไปปฏิบัติและปราบปรามกระบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง
ในส่วนการดำเนินการด้านกฎหมายได้มีการแก้ไขกฎหมายและประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ฉบับที่3 มีผลบังคับใช้เมือวันที่ 28 มกราคม 2560 ซึ่งได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพิ่มความเข้มข้นเอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฎหมายและเพิ่มลักษณะความผิดฐานค้ามนุษย์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความรุนแรงของปัญหาการค้ามนุษย์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน
สำหรับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยในปัจจุบันยังคงไม่หยุดนิ่งแม้จะมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 เป็นต้นมา แต่ขบวนการ ค้ามนุษย์ก็ได้มีการพัฒนารูปแบบของการค้ามนุษย์ที่หลากหลายเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากรูปแบบเดิม คือการบังคับใช้แรงงานในกลุ่มผู้ทำงานในเรือประมงมีการแสวงหาผลประโยชน์จากกลุ่มผู้หนีเข้าเมือง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไป


ข่าวโดย ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว กรรณิการ์ ดอเลาะ/ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา 5 มี.ค. 62