สำหรับผู้ร่วมประกวดในรอบนี้ จำนวน 55 คน โดยจะคัดเหลือ 6 คน หลังจากนั้นจะมีการฝึกพัฒนาการร้องเพลงโดยโค้ชนักร้องชั้นนำของประเทศ รวมทั้งจัดคอนเสิร์ต 4 ครั้ง ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกให้ได้ “สุดยอดลูกทุ่งแชมป์ประเทศไทย” โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ออกแบบอย่างปราณีตสวยงาม โดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ (สาขาจิตรกรรม) พร้อมรับเงินรางวัล 1 ล้านบาท , รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัล 5 แสนบาท , รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับถ้วยรางวัลจากประธาน กสทช. พร้อมเงินรางวัล 3 แสนบาท และรางวัลชมเชย 3 รางวัล ได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 1 แสนบาท
“โครงการประกวดขับร้องเพลงลูกทุ่งชิงแชมป์ประเทศไทย ถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ในครั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ สำนักงาน กสทช. จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านการขับร้องเพลงลูกทุ่ง ซึ่งเป็นแนวเพลงที่เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งจะทำให้เด็กรุ่นใหม่กลับมาสนใจและรักเพลงลูกทุ่งมากขึ้น
โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่รักและสนใจในการร้องเพลงลูกทุ่งได้แสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนตำนานเพลงลูกทุ่ง ที่มีท่วงทำนองที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ด้วยการใช้ภาษาไทย ภาษาถิ่น และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศิลปวัฒนธรรมที่อยู่คู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน อีกทั้ง จะช่วยสื่อสารนโยบายของรัฐบาลให้เข้าถึงประชาชนในทุกภูมิภาคของประเทศได้ง่าย อีกด้วย



ข่าวโดย สุธิดา พฤกษ์อุดม สวท.สงขลา