ดร. นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา กล่าวว่า โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย ผู้ที่ติดเชื้อหากแสดงอาการ แล้วต้องเสียชีวิตทุกราย แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ต้องฉีดจนครบชุดตามที่แพทย์ผู้ให้การรักษากาหนด เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่ยังรักษาไม่ได้ ด้วยพระปณิธานของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัคราชกุมารี มีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย ใน พ.ศ. 2563 และเพื่อเป็นการน้อมเกล้าจากพระเกียรติคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย จึงได้มีการดำเนินงาน โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า โดยมีเป้าหมายที่จะกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทย
จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย พ.ศ.2561 (1 มกราคม-31 ธันวาคม 2561) พบผู้เสียชีวิต 17 รายจาก 14 จังหวัด สำหรับใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง พบผู้เสียชีวิต 4 รายเป็นเพศชายทั้งหมด (สงขลา 2 ราย พัทลุง ตรัง จังหวัดละ 1 ราย) สาเหตุเกิดจากถูกสุนัขที่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ากัดและไม่ไปฉีดวัคซีน โดยสุนัขที่กัดเป็นสุนัขที่มีเจ้าของ งและเป็นสุนัขจรจัดที่มีอายุน้อย นอกจากนี้ยังตรวจพบเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ จำนวน 175 หัว พบมากสุดเป็นสุนัข 155 หัว โค 17 หัว แมว 2 หัว และแพะ 1 หัว จังหวัดที่พบหัวบวกมากสุดคือสงขลา 96 หัว ได้แก่ อำเภอเมือง 17 หัว รัตภูมิ 15 หัว หาดใหญ่ 13 หัว (มีผู้เสียชีวิต 2 ราย) ซึ่งเกือบทุกอำเภอในจังหวัดสงขลามีความเสี่ยงสูงต่อโรคพิษสุนัขบ้าซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อให้หน่วยงานเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง มีความตระหนักและให้ความสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า
สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า การจัดเวทีเสวนาในหัวข้อแนวทางการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในจังหวัดสงขลา สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในคนและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน การประกาศเจตนารมณ์ การจัดบูธนิทรรศการและการให้บริการฉีดวัคซีนสัตว์



ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว ณัฐภรณ์ ศรีมณีรักษ์/ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา