นายถาวร กล่าวว่า การมาแจ้งความครั้งนี้เนื่องจากชาวบ้านร้องเรียนมาหลายครั้งหลังจากที่โรงงานแอบปล่อยน้ำเสียทั้งกลางวันกลางคืน และช่วงฝนตก พร้อมนำหลักฐานเป็นตัวอย่างน้ำเสีย คลิปวีดีโอ และเอกสารรายชื่อโรงงาน และแนวทางข้อกฎหมายในการเอาผิดโรงงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกล่าวว่าการมาครั้งนี้ไม่ได้มาหาเสียง ว่าที่สส.สงขลาทั้งจังหวัดรวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้เอาจริงกับปัญหาสิ่งแวดล้อมน้ำเสีย ซึ่งมีทุกอำเภอ เราจะตั้งคณะทำงานลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องไม่มีมวยล้ม พร้อมขู่โรงงานไหนไม่ดำเนินการให้ถูกต้องเตรียมย้ายหรือปิดโรงงานไปเลย เราจะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการอย่างเต็มที่รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวเช่นกรมโรงงานอุตสากหรรมจังหวัด หน่วยงานสิ่งแวดล้อมเป็นต้น

ในวันเดียวกัน ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา รายงานว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ระดมส่วนราชการและนักวิชาการหารือแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม (2พ.ค.62) เวลา 15.00 น.ณ ห้องปฏิบัติราชการผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดสงขลา (หลังใหม่) นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมส่วนราชการ ประกอบด้วย นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา นายพนมเทียน เส้งวั่น ท้องถิ่นจังหวัดสงขลา นายธีระ แก้วพิมล อุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และนายปรมินทร์ ถาวรานุรักษ์ ผู้แทนนายอำเภอสะเดา โดยกลุ่มนักวิชาการ ประกอบด้วย ดร.พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์ นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อม และ ผศ.ดร.เกื้ออนันต์ เตชะโต คณบดีคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมกันพูดคุยถึงสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม และปรึกษาหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา สำหรับปัญหาที่หยิบยกขึ้นมาพูดคุย เนื่องจากส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ดังนี้
1.ปัญหาขยะ ซึ่งจะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน และส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยยกประเด็นปัญหาของโรงงานจีเดค ของเทศบาลนครหาดใหญ่ แต่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ และโรงคัดแยกขยะในพื้นที่ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง
2.ปัญหาผลกระทบจากโรงงานในพื้นที่ตำบลพังลา อำเภอสะเดา ที่ปล่อยน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลลงในลำคลองสาธารณะ (คลองแงะ) ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด และเห็นว่ามีบางประเด็นที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วแต่ยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง และขอขอบคุณทางนักวิชาการ โดยเฉพาะคณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ม.อ.และ ดร.พิรียุตม์ฯ ที่ได้เสียสละเวลามาให้ข้อมูลและแนวทางการแก้ไขปัญหา
ทั้งนี้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลาจะได้รวบรวมข้อมูลและแนวทางที่ได้จากการหารือข้างต้นมาเป็นแนวทางและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาต่อไป


