ทีมแพทย์ ม.อ. แถลงสาเหตุที่ต้องตัดขาหญิงชาวกระบี่ ยืนยันไม่ใช่หมากัด แต่เป็นมะเร็งที่มาอุดตันเส้นเลือด
ทีมแพทย์โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แถลงสาเหตุที่ต้องตัดขาหญิงสาวชาว จ.กระบี่ ทั้ง 2 ข้าง ยันไม่ใช่มาจากถูกสุนัขกัด แต่เป็นมะเร็งเนื้อรกชนิดที่มาอุดตันเส้นเลือด ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดที่พบได้ยากมาก และอาจจะเป็นครั้งแรกของโลก ฝ่ายญาติไม่ติดใจอะไรแล้ว

ความคืบหน้ากรณี น.ส.ภัทรธวดี นิลอุปถัมภ์ อายุ 23 ปี ชาว อ.เขาพนม จ.กระบี่ ถูกหมากัดเข้าที่น่องขวา และอาการบานปลายจนต้องส่งตัวไปรักษาถึง 4 โรงพยาบาล สุดท้ายต้องถูกตัดขาทั้ง 2 ข้าง ล่าสุดยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.)อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งทางญาติและสังคมยังสงสัยถึงสาเหตุที่แพทย์ต้องตัดขาว่า เป็นเพราะสาเหตุใดกันแน่นั้น
ล่าสุดวันที่ 17 พ.ค. 62 ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พร้อมด้วยทีมแพทย์ที่ทำการรักษาคนไข้รายนี้ คือ ผศ.นพ.รักชาย บุหงาชาติ แพทย์สูตินรีแพทย์ และ นพ.พงศ์ จันทร์ประทิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหลอดเลือด ได้ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงถึงสาเหตุที่ต้องตัดขา น.ส.ภัทรธวดี
โดย รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ รับคนไข้รายนี้มาเมื่อวันที่ 8 พ.ค. จากโรงพยาบาลทุ่งสง ด้วยเรื่องขาขาดเลือดทั้ง 2 ข้างจากภาวะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงขาอุดตัน และทางทีมแพทย์ได้ประเมินเบื้องต้นพบว่า มีภาวะกล้ามเนื้อตายจากการขาดเลือดของขาทั้งสองข้าง รวมทั้งมีภาวะสารพิษที่เกิดจากการตายของกล้ามเนื้อน่องทั้ง 2 ข้าง เข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณสูง
ทางแพทย์จึงได้คุยกับผู้ป่วยเรื่องของการผ่าตัดรักษาว่า จะต้องตัดขาส่วนที่กล้ามเนื้อตายแล้วทิ้งไป เพื่อป้องกันภาวะสารพิษที่จะไหลเวียนเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ จึงได้ตัดขา และนำสิ่งอุดตันออกจากเส้นเลือด โดยผ่าตัด 2 ครั้ง ครั้งแรกตัดขาบริเวณหัวเข่า เพื่อช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยไว้ก่อน และขยายหลอดเลือดในส่วนเหนือหัวเข่าที่อุดตันด้วย หลังจากนั้นในครั้งที่ 2 จึงได้ผ่าตัดตกแต่งบาดแผลให้เรียบร้อย เพื่อให้เวลาที่หายดีแล้ว จะสามารถใส่ขาเทียมได้
ขณะที่จากการตรวจชิ้นเนื้อที่อุดตันบริเวณเส้นเลือดพบว่า เป็นชิ้นเนื้อมะเร็งชนิดหนึ่ง ซึ่งมีชื่อว่า มะเร็งเนื้อรก ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดที่พบได้ยากมาก และอาจจะเป็นครั้งแรกของโลกที่พบมะเร็งชนิดนี้ และเป็นเฉพาะในผู้หญิง โดยในคนไข้รายนี้เป็นมะเร็งในระยะที่ 4 ซึ่งอยู่ในระยะที่รุนแรง และได้กระจายไปในเส้นเลือด รวมทั้งปอดขวา และสมอง จึงเป็นสาเหตุให้แพทย์ต้องตัดขา เพราะ ชิ้นเนื้อมะเร็งได้เข้าไปอุดตันเส้นเลือดในบริเวณดังกล่าว ในขณะที่คนไข้เองก็ยังไม่ทราบว่า ตนเองป่วยเป็นมะเร็งชนิดนี้
ส่วนสาเหตุที่คนไข้ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น และพบว่า ตัวเองท้องนั้น เกิดจากมะเร็งชนิดนี้ที่ได้สร้างสารชนิดหนึ่งขึ้นมาที่คล้ายกับคนที่ท้องทุกอย่าง ทำให้เมื่อตรวจด้วยเครื่องตรวจด้วยตัวเอง ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าท้องนั่นเอง
และประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการถูกสุนัขกัดนั้น ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่ต้องทำให้ถูกตัดขาทั้ง 2 ข้าง และบาดแผลที่ถูกสุนัขกัดก็เล็กน้อยแค่เป็นรอยถลอกเท่านั้น แต่บังเอิญที่ช่วงเวลาที่ถูกสุนัขกัดกับช่วงที่โรคมะเร็งแสดงอาการออกมานั้น อยู่ในช่วงเวลาเดียวกันพอดี จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันขึ้น
ส่วนแนวทางการรักษา ขณะนี้แพทย์ได้ทำการรักษาด้วยเคมีบำบัด และการฉายแสง ในระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน เพื่อรักษามะเร็งทาลุกลามเข้าไปร่างกาย ทั้งเส้นเลือด ปอด และสมอง แต่ยังนับว่า โชคดีที่มะเร็งชนิดนี้ค่อนข้างตอบสนองต่อการรักษา และทางแพทย์ได้จัดทีมช่วยเหลือดูแลเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ทางทีมแพทย์ได้อธิบาย และทำความเข้าใจให้ญาติ และผู้ป่วยได้เข้าใจถึงสาเหตุที่ต้องตัดขาแล้ว ซึ่งทุกคนก็หายข้องใจ และไม่มีใครติดใจอะไรกันอีกแล้ว

