ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่มีความเชื่อมโยงมาตั้งแต่อดีตกาลของชาวจังหวัดสงขลา และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร นับจากอดีตถึงปัจจุบัน ทุก ๆ ปีของช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันคล้ายวันเกิดของเจ้าพ่อหลักเมืองจะมีการจัดงานเฉลิมฉลอง โดยในปีนี้เทศบาลนครสงขลา ร่วมกับ จังหวัดสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สมาคมฮกเกี้ยนสงขลา และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันจัดงาน “สมโภช 177 ปี เจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา” ขึ้น ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2562 เพื่อเป็นการร่วมสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นของชาวไทยเชื้อสายจีนให้คงอยู่สืบไป เป็นการฟื้นฟูการค้าขาย และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับเมือง
โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสักการบูชาเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ร่วมกันจัดงานสมโภชศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยสร้างบรรยากาศเมืองสงขลาให้เป็นเมืองวัฒนธรรม ส่งเสริมให้ชาวสงขลามีการฟื้นฟูบ้านเรือนโบราณ เผยแพร่อาหารดั้งเดิม การแสดงศิลปะ ดนตรี ประเพณีต่างๆ ภาพถ่ายและของที่ระลึกที่เป็นเอกลักษณ์ของสงขลา ช่วยส่งเสริมการค้าในย่านเมืองเก่า ผ่านทางกิจกรรมถนนคนเดิน กระตุ้นจิตสำนึกรักบ้านเกิดแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปที่มาเยี่ยมชมงาน ได้รับความรู้เรื่องเมืองเก่าสงขลา สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ภายในงานมีกิจกรรมตามประเพณี ได้แก่ พิธีผูกผ้าเสาหลักเมือง พิธียกเสาโกเต้ง พิธีอัญเชิญพระประทับเกี้ยว พิธีแห่พระรอบเมือง พิธีเวียนเทียนสะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตา พิธีไหว้สมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง เนื่องในวันคล้ายวันประสูตินอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “อิ่มท้อง อิ่มบุญ 9 ห้อง 9 บาท” ในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ ณ ถนนหนองจิก ซึ่งจะมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน นำอาหารและเครื่องดื่มมาร่วมจำหน่ายในราคา 9 บาท ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปทำบุญและทำนุบำรุงศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา พร้อมทั้งยังมีกิจกรรมงานถนนคนเดินนางงามยามค่ำคืน กิจกรรมไหว้พระหลักเมือง ชิมของหรอยเมืองบ่อยาง และการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ทุกค่ำคืน
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา เป็นศาลเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองสงขลามายาวนานถึง 177 ปี ตั้งอยู่บนถนนนางงาม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยและย่านการค้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของชาวจีนในจังหวัดสงขลา โดยกรมศิลปากร ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2478 ลักษณะของตัวอาคารเป็นรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบเก๋งจีน สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง ในสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งภายในศาลเป็นที่ประดิษฐานหลักเมือง ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ในปี พ.ศ. 2385 โดยทรงพระราชทานไม้ชัยพฤกษ์หลักชัยต้นหนึ่ง และเทียนชัยเล่มหนึ่ง พร้อมด้วยเครื่องไทยทานต่าง ๆ และโปรดเกล้าฯ ให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) ได้อัญเชิญหลักไม้ชัยพฤกษ์ลงฝังที่ใจกลางเมืองสงขลา ซึ่งเรียกกันว่า “หลักเมือง”จัดการฝังหลักชัยไว้ที่ใจกลางเมือง เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2385
จากนั้นได้ให้ช่างสร้างตึกคร่อมหลักเมือง ไว้ 3 หลัง เป็นทรงจีนและสร้างศาลเจ้าเสื้อเมืองอีกหนึ่งหลัง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เมือง สะท้อนความสำคัญของเมืองสงขลาในฐานะเมืองใหญ่ทางภาคใต้ ที่จะมีความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในภายภาคหน้า นอกจากนี้ตามความเชื่อของชาวสงขลาเชื้อสายจีน ได้มีการอัญเชิญองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องรักษาเมืองเป็นองค์เจ้าพ่อหลักเมือง มีชื่อว่า “เซ่งห๋องเหล่าเอี๋ย” มาประดิษฐานด้านหลังของหลักเมืองอีกด้วย ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จึงเป็นสถานที่อันสำคัญที่อยู่คู่เมืองสงขลา เป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยทุกเชื้อชาติในจังหวัดสงขลา ตราบจนทุกวันนี้












งานประชาสัมพันธ์ เทศบาลนครสงขลา