นายดำรงค์ บัวฤทธิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจู่โจมตรวจค้นในครั้งนี้เป็นนโยบายของกรมราชทัณฑ์ที่ให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งดำเนินการปราบปรามยาเสพติด โทรศัพท์มือถือและสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาหรือมีไว้ภายในเรือนจำ โดยให้เรือนจำทำการจู่โจมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรือนจำจังหวัดสงขลามีภารกิจสำคัญในการควบคุมผู้กระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด บางคนอาจมีอิทธิพลด้านการเงินและมีเครือข่ายภายนอกเรือนจำอาจลักลอบ ใช้เรือนจำเป็นฐานในการสั่งซื้อ-ขายยาเสพติดโดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สื่อกลางในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกเรือนจำ
ดังนั้น เพื่อให้การป้องกัน แก้ไขปัญหายาเสพติดและตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดที่ใช้เรือนจําเป็นฐานลักลอบซื้อ-ขายยาเสพติดจึงได้กำหนดมาตรการด้านการจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำจังหวัดสงขลาเป็นประจำทุกเดือน จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้แยกย้ายเข้าค้นเรือนนอน ตู้ล็อกเกอร์และอาคารสถานที่ภายในเรือนจำอย่างละเอียด พร้อมทั้งได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะในกลุ่มผู้ต้องขังจำนวน 210 คน ผลปรากฏว่าไม่พบสารเสพติดและสิ่งของต้องห้ามแต่อย่างใด
สำหรับเรือนจำจังหวัดสงขลาได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมอย่างเคร่งครัดในการดูแลเรื่องความเป็นระเบียบและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง การจัดให้ผู้ต้องขังได้มีการฝึกวิชาชีพโดยมีเป้าหมายเพื่อผู้ต้องขังได้รับการฝึกวิชาชีพออกไปสู่ภายนอกจะได้นำไปประกอบอาชีพเป็นคนดีและอยู่ร่วมกับสังคมได้ ปัจจุบันเรือนจำจังหวัดสงขลามีผู้ต้องขังทั้งหมด 2,722 คน





ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว ประชา-วิทยา /ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา