​เชฟรอน สานต่อโครงการวางทุ่นเพื่อการอนุรักษ์แนวปะการัง เกาะเต่า ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8


บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เทศบาลเกาะเต่า ชมรมรักเกาะเต่า รวมทั้งผู้ประกอบการและประชาชนในเกาะเต่า เดินหน้าโครงการติดตั้งทุ่นจอดเรือถาวร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยในปีนี้นอกจากเชฟรอนจะเป็นผู้สนับสนุนด้านงบประมาณจำนวน 300,000 บาท เพื่อดำเนินการติดตั้งทุ่นจอดเรือ 30 ลูก และร่วมซ่อมแซมทุ่นจอดเรืออีกประมาณ 80 ลูกแล้ว เชฟรอนยังนำทีมพนักงานจิตอาสา 25 คน ร่วมติดตาม ติดตั้ง ซ่อมแซมทุ่นจอดเรือเพื่อความปลอดภัยของปะการัง นักท่องเที่ยว ชาวประมง ณ บริเวณอ่าวลึก เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีอีกด้วย


นายปานเทพ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า กล่าวว่า “โครงการติดตั้งทุ่นจอดเรือถาวรรอบเกาะเต่า ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 8 สืบเนื่องจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้กำหนดให้เกาะเต่าเป็นพื้นที่นำร่องตามมาตรา 17 ห้ามทอดสมอเรือ โดยเชฟรอนเป็นบริษัทแรกที่ให้การสนับสนุนและยังคงดูแลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเงินทุนหรืออุปกรณ์ต่างๆ ทั้งนี้ เกาะเต่าถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการังที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีเรือท่องเที่ยวประมาณ 200-300 ลำ ทอดสมอวันละ 2-3 พันครั้งต่อวัน ทำให้แนวปะการังได้รับความเสียหาย การผูกเรือไว้กับทุ่นแทนที่วางไว้รอบเกาะช่วยฟื้นฟูแนวปะการังของเกาะเต่า ทำให้กลับมาสวยงามสมบูรณ์ต้อนรับนักท่องเที่ยว ต้องขอบคุณเชฟรอนที่เข้ามามีส่วนร่วมกับเครือข่ายท้องถิ่น และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานต่างๆ ที่มาบูรณาการ นอกจากนั้น การดำเนินการโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่องกลายเป็นพลังสำคัญส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เกิดเทศบัญญัติการดูแลสิ่งแวดล้อมของเกาะเต่าและสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการในการร่วมกันดูแลทั้ง 23 อ่าว ซึ่งในอนาคตทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะดำเนินการมาตรการคุ้มครองเกาะเต่า รวมถึงเกาะอื่นๆ เช่น เกาะสมุยและเกาะพะงัน แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง”

ทางด้าน นายมนตรี หามนตรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “เกาะเต่าเป็นเกาะที่มีความพร้อมในเรื่องของการอนุรักษ์ และกรมทรัพยากรทางทะเลมีภารกิจหลักไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องของแนวปะการัง และการจัดวางทุ่นต่างๆ สังเกตได้ว่าบางครั้งติดตั้งทุ่นได้ไม่นาน ทุ่นหายไป ไม่ว่าจะเป็นฝีมือมนุษย์ หรือด้วยภัยธรรมชาติ และเราในฐานะกรมที่รับผิดชอบเราก็ต้องมาซ่อมแซม การที่บริษัทเชฟรอนเข้ามาช่วยสนับสนุนและต่อยอดโครงการจึงเป็นกำลังสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาระดับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”

คุณมาลีพันธ์ ซาฮิล สมาชิกชมรมรักษ์เกาะเต่า อธิบายเพิ่มเติมว่า “ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินงานชมรมรักษ์เกาะเต่ามา ทางเชฟรอนสนับสนุนมาโดยตลอด โดยเกาะเต่าเป็นสถานที่อันดับ 1 ของการผลิตนักดำน้ำที่ 1 ของโลก มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาตลอดปี มีการเรียนตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงชำนาญ เมื่อเรียนจบจะมีใบรับรองที่ได้รับการยอมรับ สามารถดำน้ำได้ทั่วโลก ปัจจัยที่ทำให้เกาะเต่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จ คือการจัดการทรัพยากรที่ดี และความเข้มแข็งของผู้ประกอบการและคนในพื้นที่ เรามีข้อตกลงชัดเจนและจัดการแบ่งประเภททุ่นรอบๆเกาะเป็น 4 สี 4 ประเภท 1.ทุ่นสีส้ม สำหรับเรือใหญ่ เรือสาธารณะ ผูกได้ไม่เกิน 2 ลำ 2.ทุ่นสีขาว สำหรับสปีดโบ๊ท อยู่ใกล้แนวปะการังมาอีกเพราะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถดำน้ำดูปะการังได้ 3.ทุ่นสีเหลืองไข่ปลา สำหรับเป็นแนวกั้นห้ามเรือผ่านเด็ดขาด แต่นักดำน้ำสามารถเข้าพื้นที่แนวกั้นได้ และ 4.ทุ่นสีฟ้าอ่อน สำหรับจอดเรือ ทุ่นจอดเรือมีความสำคัญมากเพราะเป็นตัวชี้แนวปะการังในการจอดเรือแต่ละขนาด ในแต่ละปีทุ่นถูกใช้งานค่อนข้างเยอะ บ้างก็ชำรุด บ้างก็สูญหาย ขอขอบคุณที่ทางบริษัทเชฟรอนเข้ามาช่วยเหลือตั้งแต่เรื่องของวางปะการังเทียม รวมทั้งการติดตั้งและซ่อมแซมทุ่นจอดเรือถาวร และร่วมดูแลเกาะเต่ามาตลอดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยอนุรักษ์ความสวยงามระดับโลกนี้ให้คงอยู่ต่อไป”

นายศักดิ์ชัย อมรศักดิ์ชัย ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคการปฏิบัติงานด้วยความเป็นเลิศ อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ซึ่งเข้าร่วมในกิจกรรมวางทุนจอดเรือในครั้งนี้ กล่าวว่า “ชาวเกาะเต่ารักและหวงแหนทรัพยากรใต้ท้องทะเลของบ้านเกิดมาก จนได้ร่วมกันก่อตั้งชมรมรักษ์เกาะเต่า ที่เน้นการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมกับพัฒนาการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน ซึ่งโครงการวางทุ่นเพื่อการอนุรักษ์แนวปะการังเกาะเต่า ถือว่าช่วยรักษาแนวปะการังได้ดีมาก หากใครเคยดำน้ำดูแนวปะการังจะเห็นได้ชัดว่าการที่มีเรือทอดสมอจะกวาดแนวปะการังเป็นทางยาว การที่มีทุ่นจอดเรือทำให้เรือไม่ต้องทอดสมอเพราะผูกเรือไว้กับทุ่นแทน ทำให้แนวปะการังฟื้นตัวได้เร็ว ถือว่าเป็นโครงการที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับเชฟรอนที่ได้มีส่วนช่วยเหลือดูแลรักษาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติในทะเล”

ทั้งนี้ โครงการวางทุ่นเพื่อการอนุรักษ์แนวปะการังเกาะเต่าแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ระยะ โดย ปีที่ 1-3 ติดตั้งทุ่นและแท่นจอดเรือ 80 จุดรอบเกาะเต่า ปีที่ 4-8 ติดตามผลและสนับสนุนทุ่นสำหรับการซ่อมแซม ซึ่งเชฟรอนได้สนับสนุนงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 7,000,000 บาท โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ซึ่งเป็นพันธกิจที่เชฟรอนยึดมั่นและถือปฏิบัติตลอดระยะเวลากว่า 57 ปี ของการดำเนินงานในประเทศไทย

เนื้อหานี้ในภาษาอื่น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง/บทความที่น่าสนใจ

  • อบจ.สงขลา ยกระดับมาตรฐาน EMS เปิดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานกู้ชีพ และการดูแลรักษาครุภัณฑ์การแพทย์ในรถพยาบาล
    อบจ.สงขลา ยกระดับมาตรฐาน EMS เปิดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานกู้ชีพ และการดูแลรักษาครุภัณฑ์การแพทย์ในรถพยาบาล
  • นายกฯ สุพิศ ลงพื้นที่เขต 1 , 4 หาดใหญ่ ส่งมอบเครื่องมือประกอบอาชีพ คืนรอยยิ้มพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย หลังน้ำท่วมใหญ่
    นายกฯ สุพิศ ลงพื้นที่เขต 1 , 4 หาดใหญ่ ส่งมอบเครื่องมือประกอบอาชีพ คืนรอยยิ้มพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย หลังน้ำท่วมใหญ่
  • อบจ.สงขลา ร่วมประชุม ก.บ.จ. ปี 69 เร่งรัดแผนพัฒนาจังหวัด ติดตามงบประมาณ มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สงขลาอย่างยั่งยืน
    อบจ.สงขลา ร่วมประชุม ก.บ.จ. ปี 69 เร่งรัดแผนพัฒนาจังหวัด ติดตามงบประมาณ มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สงขลาอย่างยั่งยืน
  • อบจ.สงขลา เปิดงาน "Khlongngae Bikeweek 2026" กระตุ้นท่องเที่ยว เศรษฐกิจสะเดา
    อบจ.สงขลา เปิดงาน "Khlongngae Bikeweek 2026" กระตุ้นท่องเที่ยว เศรษฐกิจสะเดา
  • อบจ.สงขลา จับมือ เทศบาลตำบลสำนักขาม แถลงข่าวจัดงานใหญ่ “ด่านนอกมหัศจรรย์ วันตรุษจีน” กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน
    อบจ.สงขลา จับมือ เทศบาลตำบลสำนักขาม แถลงข่าวจัดงานใหญ่ “ด่านนอกมหัศจรรย์ วันตรุษจีน” กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน
  • "สงขลาเดินหน้าพัฒนาคน” อบจ.สงขลา ร่วม MOU มทร.ศรีวิชัย บูรณาการหลักสูตรและการวิจัย ปูทางสร้างเมืองนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
    "สงขลาเดินหน้าพัฒนาคน” อบจ.สงขลา ร่วม MOU มทร.ศรีวิชัย บูรณาการหลักสูตรและการวิจัย ปูทางสร้างเมืองนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
  • อบจ.สงขลา ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง ส.ส. และออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. นี้ มุ่งเป้าทำงานบูรณาการไร้รอยต่อ
    อบจ.สงขลา ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง ส.ส. และออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. นี้ มุ่งเป้าทำงานบูรณาการไร้รอยต่อ
  • อบจ.สงขลา ปั้นเยาวชนอาสาฉุกเฉินชุมชน (อฉช.) ฝึกทักษะช่วยชีวิต (Save Life) พร้อมรับมืออุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน
    อบจ.สงขลา ปั้นเยาวชนอาสาฉุกเฉินชุมชน (อฉช.) ฝึกทักษะช่วยชีวิต (Save Life) พร้อมรับมืออุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน
  • เตรียมตัวให้พร้อม "Hi (หรอย) Hatyai" ขนทัพศิลปินดังบุกหาดใหญ่ พร้อมอิ่มอร่อยกับร้านค้ากว่า 100 ร้าน กลางเมืองหาดใหญ่
    เตรียมตัวให้พร้อม "Hi (หรอย) Hatyai" ขนทัพศิลปินดังบุกหาดใหญ่ พร้อมอิ่มอร่อยกับร้านค้ากว่า 100 ร้าน กลางเมืองหาดใหญ่
  • อบจ.สงขลา จับมือ สสจ. และ 17 โรงพยาบาล ลงนามความร่วมมือผ่าตัดต้อกระจกเชิงรุก 9,300 ดวง ถวายเป็นพระราชกุศลฯ มุ่งเป้าลดอัตราตาบอดในผู้สูงอายุ
    อบจ.สงขลา จับมือ สสจ. และ 17 โรงพยาบาล ลงนามความร่วมมือผ่าตัดต้อกระจกเชิงรุก 9,300 ดวง ถวายเป็นพระราชกุศลฯ มุ่งเป้าลดอัตราตาบอดในผู้สูงอายุ
  • อบจ.สงขลา ร่วมเปิดมหกรรม "THAI DEEP SOUTH CONNECT ครั้งที่ 5" ยกทัพของดี 5 จังหวัดชายแดนใต้บุกด่านนอก เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังอุทกภัย
    อบจ.สงขลา ร่วมเปิดมหกรรม "THAI DEEP SOUTH CONNECT ครั้งที่ 5" ยกทัพของดี 5 จังหวัดชายแดนใต้บุกด่านนอก เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังอุทกภัย