นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า รัฐบาลไทยได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) ภายได้วิสัยทัศน์ "ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต (Zero Tolerance & Clean Thailand)" โดยมีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยได้รับการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไป และกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานหลักออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1. สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต 2. ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต 3. สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย 4. พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก 5. ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริตและ6. ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทย
จังหวัดสงขลาได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการสงขลาโปร่งใส ห่างไกลการทุจริต (Clean Songkhla Clean Thailand) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ในด้านการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในจังหวัดสงขลา และสร้างค่านิยมและปลูกจิตสำนึกในการป้องกันการทุจริต เพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงาน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดสงขลาและ
ประเทศชาติต่อไป
สำหรับกิจกรรมมีการบรรยายในหัวข้อ "การแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม" โดย นายภูมิวัฒน์ รัตนผล ผู้เชี่ยวชาญด้านการไต่สวนและกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและการบรรยายหัวข้อ แนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดย นางวรรณวิมล อิสระลักษณ์ นักวิชาการคลังชำนาญการ และ นางพรเพ็ญ บัวเนียม นักวิชาการคลังชำนาญการ สำนักงานคลังเขต 9
ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว จิรพัฒน์-วิทยา/ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.สงขลา