จากนั้น คณะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาพบปะและปาฐกถาพิเศษ ยุวชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลักสูตรนักการค้าออนไลน์รุ่นใหม่ (Young Digital Warrior) จำนวน 300 ราย ณ โรงแรมลี การ์เด้น พลาซ่า หาดใหญ่ และได้เป็นประธานมอบหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ภาคใต้ 5 รายการ ได้แก่ ส้มโอหอมควนลัง (จังหวัดสงขลา) ทุเรียนสาลิกาพังงา ปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุง จำปาดะสตูล และกาแฟเมืองกระบี่ พร้อมประกาศเดินหน้านโยบายส่งเสริมสินค้า GI อย่างครบวงจร โดยมุ่งผลักดันการขึ้นทะเบียนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่น ยกระดับวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็ง รวมทั้งจัดทีม Mobile Unit ลงพื้นที่กระจายความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาสู่ชุมชน
โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้มีการคัดเลือกสินค้าพื้นถิ่นที่สามารถผลักดันให้ขึ้นทะเบียนสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI มุ่งเน้นให้เกิดการสร้างมูลค่าสินค้าท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับสินค้าชุมชนที่มีคุณภาพและมีลักษณพิเศษที่เป็นผลมาจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์มาผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนในพื้นที่ ยกระดับวิสาหกิจชุมชนให้เข็มแข็ง และการมอบหนังสือรับรอง ในครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสินค้าภาคใต้เท่านั้น จึงอยากขอให้ทุกจังหวัดได้ดำเนินการต่อไปเพื่อให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เร่งรัดการจดทะเบียนคุ้มครองเพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ต่อด้วยภารกิจภาคเย็นได้เดินทางไปยัง ณ ตลาดน้ำคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร่วมปล่อยขบวนคาราวานกระจายผลไม้จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ ลองกอง มังคุด ณ ตลาดต้องชมคลองแห พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม MOU ซื้อขายลองกอง จำนวน 6 คู่ค้า ผู้ประกอบการรับซื้อลองกอง Modern Trade คือ ตลาดไท บิ๊กซี เทสโก้โลตัส แม็คโคร ท๊อปซุปเปอร์มาร์เก็ต และกรมการค้าภายใน สู่ตลาดทั่วประเทศ พร้อมเยี่ยมชมการจำหน่ายลองกองเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรภาคใต้ ภายใต้แนวคิด "ลองกองไทย เชื่อมไทย เชื่อมโลก" โดยมีขบวนคาราวานลองกองกว่า 1.5 แสนกิโลกรัม จะถูกกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ







