นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ มีด่านศุลกากรสะเดาและด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นคนทางบกที่มีมูลค่าการค้าสูงสุดอันดับหนึ่งและอันดับสองของไทยตามลำดับ ทั้งสองพื้นที่อยู่ใกล้ท่าเรือปีนังและท่าเรือกลางของมาเลเซีย และมีการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย - มาเลเซียผ่านทางดานศุลกากรปาดังเบซาร์ มีฐานการผลิตในพื้นที่ เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา อาหารทะเล อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ภายใต้โครงการความร่วมมือเศรษฐกิจสามฝ่าย IMT-GT อินโดนีเซีย-มาเลเซียและไทย โอกาสการพัฒนาเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษร่วมระหว่างสะเดากับบูกิตกายูฮิตัม มาเลเซีย เพื่อการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม และบริการ รวมทั้งการขยายโอกาสความร่วมมือทางการค้า การลงทุนต่อเนื่องในแนวทางด่วนเหนือ-ใต้ ในมาเลเซียเข้าสู่พื้นที่ตอนในของมาเลเซีย
อีกทั้งมีเขตพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบลของอำเภอสะเดา ได้แก่ ตำบลสะเดา , สำนักขาม, สำนักแต้ว และปาดังเบซาร์ รวมพื้นที่ 552.3 ตารางกิโลเมตร (334,187.5 ไร่) ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา มีพื้นที่ของรัฐที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ก่อนเบื้องต้น ณ ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จำนวนกว่า 1,069 ไร่ มีด่านชายแดนสะเดา และด่านชายแดนปาดังเบซาร์ เป็นจุดผ่านแดนถาวรเชื่อมต่อกับรัฐเคดาห์ และรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูงสุดอันดับหนึ่งและสอง
นับว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับกับการลงทุนในด้านอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้าน ธุรกิจการค้าชายแดนที่ต้องมีการตั้งคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าส่งไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้าน ธุรกิจการขนส่งธุรกิจสนับสนุนการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจบริการที่หลากหลายเพื่อรองรับการขยายตัวชุมชนในบริเวณเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ




ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว/ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.สงขลา