จากนั้นเดินทางไปสักการะพระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ได้รับขนานนามว่า “พระบิดาของทหารเรือไทย” ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของทหารเรือ ชาวประมงและคนไทย เนื่องจากทรงมีคุณูปการด้านกองทัพเรือเป็นอย่างมาก โอกาสเดียวกันนี้ได้เดินทางไปสักการะพระอนุสาวรีย์กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาน้อย พระองค์ฯ ทรงประกอบพระกรณียกิจที่สร้างคุณประโยชนน์ต่อชาวใต้อย่างมากและเป็นผู้ก่อตั้งสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิ พระตำหนักเขาน้อย วังขาว วังเขียว โรงเรียนวรนารีเฉลิม
ต่อจากนั้นเดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลปู่ ณ ตำหนักเขาน้อย จวนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของเจ้าฟ้ายุคลฆัมพร หรือ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์และเคยใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในคราวเสด็จเยี่ยมราษฎรทางภาคใต้ด้วย ตัวอาคารมีรูปแบบสถาปัตยกรรมโดเม-สติก รีไววัล พระตำหนักเขาน้อยเป็นพระตำหนักที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นสวยงามจนได้รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นในปี 2525 ปัจจุบันนี้พระตำหนักเขาน้อยเป็นที่พักของผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
จากนั้นในช่วงบ่ายผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาเดินทางต่อไปยังพระพุทธศรีสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสงขลาและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวสงขลา โดยภายในวิหารพระพุทธศรีสงขลานครินทร์ได้บรรจุพระพุทธศรีสงขลานครินทร์สัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 78 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและเป็นพระประจำจังหวัดและเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำห้องพระ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา
ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกับหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทั้งได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยขึ้นปฏิบัติราชการวันแรก ณ ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา










ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว ประชา-วิทยา-อรรคพงษ์-จิรพัฒน์ /ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา