โดยเทศบาลนครสงขลา ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม เป็นประจำทุกปี เนื่องมาจากสาเหตุทางด้านภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของลมมรสุมเขตร้อน และมีลมมรสุมพัดผ่าน คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง เดือนตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคมของทุกปี และยังมีความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ก่อตัวขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงเวลาดังกล่าว จนก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ และประกอบกับอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือนร้อน ตลอดทั้งสิ่งสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากประจำทุกปี
ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ประสบภัย เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทันต่อเหตุการณ์ ตลอดจนการฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ชำรุดเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ได้กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินฯ จะเป็นศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมไว้รับสถานการณ์ตั้งแต่ยามปกติ เป็นศูนย์การวางแผน สั่งการ วิเคราะห์สถานการณ์ ควบคุมการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยพิบัติตลอด 24 ชั่วโมง รับแจ้งเหตุแก้ไขปัญหา การแจกกระสอบทราย การสนับสนุนน้ำดื่มและน้ำสะอาด รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ที่จำเป็น อีกทั้งยังเป็นศูนย์ตรวจการณ์ โดยใช้ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของเทศบาลนครสงขลา ซึ่งติดตั้งไว้ ณ จุดสำคัญ จำนวน 34 จุดในเขตเทศบาลนครสงขลา ซึ่งประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ ได้ที่ สายด่วน 1132 หรือ 199 และหมายเลขโทรศัพท์ 0-7431-1016, 0-7431-2700 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


