นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในครั้งนี้ เพื่อติดตามความพร้อมของคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการเป็นหน่วยงานร่วมสนับสนุนการผลิตโคเนื้อ และแพะเนื้อ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ และแพะเนื้อเป็นอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรภาคใต้ ซึ่งประสบกับปัญหาความผันผวนของราคายางพารา และปาล์มน้ำมัน การลดพื้นที่ปลูกยางพารา หรือการขยายระยะปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อปลูกหญ้าพืชอาหารสัตว์ กระถิน แค หม่อน และมันสำปะหลัง สำหรับเป็นใช้เป็นอาหารโค และแพะ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ภาคใต้มีวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพิงการนำเข้าจากนอกพื้นที่ รวมทั้งการนำมูลกลับมาใช้เป็นปุ๋ยคอก หรือนำไปเลี้ยงไส้เดือน เพื่อผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร อีกทั้งยังสอดคล้องนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการสร้างเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน หรือ Circular Economy อีกด้วย

สำหรับหน่วยงานของคณะทรัพยากรธรรมชาติ ที่คณะฯ เข้าเยี่ยมชม ประกอบด้วย สถานีปฏิบัติการสัตวศาสตร์นาทวี ตำบลคลองทราย อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา มีเนื้อที่ 325 ไร่ เดิมเป็นสถานีฝึกปฏิบัติงานโคนมของนักศึกษาคณะทรัพยากรธรรมชาติ ต่อมาในปี พ.ศ.2552 ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นหน่วยผลิตโคเนื้อ เพื่อการฝึกงานนักศึกษา และผลิตรายได้ ปัจจุบันมีโคเนื้อ จำนวน 120 ตัว และอีกสถานที่หนึ่งคือ สถานีวิจัยคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก ซึ่งมีภารกิจในด้านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์แพะ เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกร และผู้สนใจในภาคใต้ รวมทั้งศึกษา และวิจัยแพะ รวมทั้งผลิตแพะให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อมอบถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรในภาคใต้ ปัจจุบันมีแพะ จำนวน 450 ตัว เป็นแม่พันธุ์ จำนวน 250 ตัว และพ่อแม่พันธุ์แพะของมูลนิธิชัยพัฒนาอีกจำนวน 56 ตัว โดยการดำเนินงานบางส่วนได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกรมปศุสัตว์
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวทางการดำเนินการผลิตโคเนื้อ และแพะเนื้อในครั้งนี้ จะเน้นการเพิ่มจำนวนโคเนื้อ และแพะเนื้อต้นน้ำเป็นหลัก ขณะที่ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะทำงานร่วมกับหน่วยงานของกรมปศุสัตว์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ในการคัดเลือกเครือข่ายผู้เลี้ยงมาร่วมการผลิตโคเนื้อ และแพะเนื้อต้นน้ำ กลางน้ำ และปลาย การให้ความรู้ และนวัตกรรมในการผลิตอาหารโคเนื้อ และแพะเนื้อ การดูแลสุขภาพขั้นปฐมภูมิ การวางระบบ GAP ฟาร์ม และร่วมกับภาคเอกชนในการจัดการตลาดต่อไป




สุธิดา พฤกษ์อุดม /ข่าว/ภาพ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสงขลา