1) การจับคู่ระหว่างพี่วินและลูกค้า
2) การสร้างระบบตรวจสอบ เช่น รีวิวหรือจัดอันดับ
3) การดูแลต้นทุนและผลประโยชน์ให้ลงตัวอย่างเป็นธรรมทั้งกับพี่วินและเจ้าของแพลตฟอร์ม และ
4) การสร้างเครือข่ายลูกค้า เช่น ให้ส่วนลด สมัครสมาชิก
เปลี่ยนกิจกรรมหรืองานอดิเรกมาสร้างรายได้และเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น เช่น จัดกิจกรรมวิ่งมาราธอน ฟุตบอล Thai league มีตัวอย่างแล้วใน แม่ฮ่องสอน ครอสคันทรี่ หรือ บุรีรัมย์โมเดล พื้นที่อื่นสามารถนำไปต่อยอดและใช้จุดเด่นของจังหวัดจัดมหกรรมการแข่งขันให้ยิ่งใหญ่ ใช้โปรโมทที่เที่ยวในจังหวัด กิจกรรม แบบนี้จะดึงดูดคนให้มาใช้จ่ายในท้องถิ่น นักกีฬามีรายได้ ที่พัก ที่กิน ที่เที่ยว ร้านค้า รถรับจ้าง มีเงินหมุนเวียน จ้างงานต่อเป็นทอด ๆ กุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้คึกคัก ต้องมีภาคเอกชน คนในท้องถิ่น และ ผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียล (Influencer) เป็นหัวเรือใหญ่คอยกระตุ้นให้คนสนใจ พูดปากต่อปาก ส่วนภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและกีฬาสามารถช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับคนในท้องถิ่น (Facilitator) ได้หลายด้าน อาทิ การประชาสัมพันธ์ การดูแลที่เที่ยวในจังหวัดให้สะอาดสวยงาม
รวมคนสองวัยทำธุรกิจร่วมกัน โดยใช้จุดเด่นด้านทักษะของ “คนรุ่นเก๋า” ผสมกับ “คนหนุ่มสาว” ยกระดับธุรกิจหรือภาคเกษตรไทย (Skill and Business Matching) เพราะคนรุ่นเก๋ามีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาว ส่วนคนหนุ่มสาวมักมีความคิดเก๋ ๆ ชอบแข่งขัน ชอบปรับเปลี่ยน มีความรู้การค้าออนไลน์และเทคโนโลยี อยากลองชวนคิดให้เห็นภาพว่า สมมติมีเกษตรกรรุ่นเก๋าภาคอีสานต้องการขาย “ข้าวฮาง” แต่ลูกหลานที่ตกงานจากเมืองใหญ่มีไอเดียเก๋ ๆ เลยช่วยรุ่นเก๋าออกแบบถุงให้มีความชิคและตรงใจวัยรุ่น แล้วขายผ่านตลาดออนไลน์สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ปัจจุบันมีการรวมกลุ่ม Young Smart Farmer เกือบทั่วประเทศ แต่ไม่ค่อยเห็นคนรุ่นเก๋าจับมือหนุ่มสาวมากนัก หากไอเดียบรรเจิดแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ หัวใจสำคัญคงอยู่ที่ทัศนคติของรุ่นเก๋าและคนหนุ่มสาวต้องมีเป้าหมายเดียวกัน อีกทั้งภาครัฐอาจมีบทบาทเป็นผู้สนับสนุนอำนวยความสะดวก รวมถึงสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ เช่น จัดหาผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ เสนอเงินลงทุนดอกเบี้ยต่ำ ลดหย่อนภาษีให้คนซื้อของ หรือช่วยรับซื้อของจากกลุ่มนี้
ปลดล็อคปัญหาความไม่เท่าเทียมด้านสุขภาพและการศึกษาระหว่างเมืองใหญ่และท้องถิ่น แถมยังช่วยสร้างงานให้ชาวบ้านตอบโจทย์โควิดควบคู่กัน โดยการพัฒนาทักษะและจ้างงานคนในท้องถิ่นให้เป็นคนดูแลผู้สูงวัยและครูสอนการศึกษาทางเลือก (Active learning) เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่อยู่ดีกินดี ปัจจุบันมีหลายท้องถิ่นพยายามผลักดันโครงการเช่นนี้ เช่น กาฬสินธุ์ ลพบุรี แต่โครงการดี ๆ เหล่านี้ยังสามารถขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้อีก สิ่งสำคัญ คือ ภาครัฐสามารถมีบทบาทในการเป็นผู้สนับสนุนในหลายด้าน เช่น ด้านงบประมาณ กฎระเบียบที่เอื้อในทางปฏิบัติ
นี่เป็นเพียง 5 ตัวอย่างนโยบายชวนคิดจากท้องถิ่น บางนโยบายทำไปแล้วแต่อยู่วงเล็ก ๆ ยังมีอีกหลายนโยบายที่น่าสนใจแต่ยังไม่ได้ทำ จึงอยากชวนคิดว่ายุคหลังโควิดจะมีนโยบายอะไรอีกบ้างที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ไปต่อได้ มักมีคนพูดเสมอว่า ในวิกฤตย่อมมีโอกาส หากอยากเปลี่ยนสิ่งยาก ให้เปลี่ยนช่วงวิกฤตเวลานี้จึงเป็นโอกาสที่จะมาร่วมด้วยช่วยกันคิด แล้วเราคนไทยจะผ่านโควิดนี้ไปด้วยกัน

[1] นางสาวสุทธิดา พาณิชย์พัฒนกิจ นางสาวอภิชญา จึงตระกูล นางสาวเพชรลักษณ์ บุญญาคุณากร นางสาวศรันยา อิรนพไพบูลย์ นางสาวอภิชญา ศรีรัตน์
[2] Wessel, G. M. (2015). Mobilizing Food Vending: Rights, Communication Technology and Urban Space in the American City. UC Berkeley.
บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคลซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย