
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรวัฒน์ หังสพฤกษ์ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก้าวเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ 1 ใน 5 ของอาเซียนสู่ “มหาวิทยาลัยเพื่อนวัตกรรมและสังคม” โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีด้วยกัน 5 วิทยาเขต ประกอบด้วย วิทยาเขตหาดใหญ่ วิทยาเขตภูเก็ต วิทยาเขตปัตตานี วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และวิทยาเขตตรัง และจากยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยที่ต้องการมุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ในปี พ.ศ. 2560-2569 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จึงมีแผนที่จะดำเนินการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติด้วยการสร้างศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดในกลุ่มอันดามันได้รับบริการรักษาโรคซับซ้อนต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยเครื่องมือที่ทันสมัย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ซึ่งสถานพยาบาลในพื้นที่ไม่สามารถรองรับได้จึงต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่มีความพร้อมมากกว่า หนึ่งในนั้น คือ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้ประชาชนในจังหวัดกลุ่มอันดามันเสียโอกาสในการดูแลสุขภาพที่เกิดจากการขาดความพร้อมของระบบสาธารณสุขในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งประชาชนในจังหวัดชายฝั่งอันดามันมีปัญหาการเข้าถึงระบบการให้บริการด้านสุขภาพในโรคที่มีความซับซ้อน โดยพบว่าปี 2562 มีผู้ป่วยในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ ที่ต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลระดับสูงในพื้นที่อื่น ๆ จำนวน 9,036 คน คิดเป็น 13,542 ครั้ง และเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงมากของประชาชน
นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูธุรกิจต่าง ๆ หลังสถานการณ์ Covid-19 ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติระดับ Premium ให้เข้ามาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า พื้นที่ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันมีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่หนาแน่นมากของประเทศ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมการรองรับสังคมผู้สูงวัย ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพราะประเทศไทยเริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมผู้สูงวัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 และคาดการณ์ว่าใน ปี พ.ศ. 2573 ประเทศไทยจะเข้าสู่ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ซึ่งประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุร้อยละ 19.45 และจะเข้าสู่ระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ในปี พ.ศ. 2593 จากการคาดการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความต้องการทางด้านสาธารณสุขที่เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย



