นายรัตนชัย กล่าวต่อไปว่า ตามที่ได้ระบุไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2015) โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จะต้องเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2564 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ดังนั้น เพื่อให้โรงไฟฟ้าเทพาสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ตามแผน กฟผ. จึงต้องเริ่มดำเนินการจัดหาผู้รับเหมาเพื่อออกแบบ จัดหาอุปกรณ์ และก่อสร้างโรงไฟฟ้า คู่ขนานไปกับขั้นตอนการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA)
ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าเทพา จะใช้เทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) ประเภท Ultra Super Critical เพื่อให้การผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ส่วนโครงการท่าเทียบเรือและระบบสายพานลำเลียงถ่านหิน สำหรับโรงไฟฟ้าเทพานั้น จะเป็นระบบปิดทั้งหมด จึงไม่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชุมชน
สำหรับกระบวนการการคัดเลือกผู้รับเหมา ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก คือ 1) กฟผ. จัดทำเอกสารประกวดราคา 2) ขายเอกสารประกวดราคา - ยื่นซองประกวดราคา 3) กฟผ. พิจารณาข้อเสนอและคัดเลือกผู้รับเหมา ซึ่งในแต่ละขั้นตอนจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน รวมเวลาทั้งหมดประมาณ 1.5 - 2 ปี จากนั้นจึงเป็นช่วงของการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ปี สำหรับโรงไฟฟ้าประเภทพลังความร้อน ทั้งนี้ ด้วยเวลาที่ค่อนข้างจำกัดนี้ กฟผ. จึงดำเนินการคู่ขนานกันไป แต่หากรายงาน EHIA ไม่ผ่านการพิจารณา และ ครม. ไม่อนุมัติการดำเนินโครงการ กฟผ. จะยกเลิกการประกวดราคาในครั้งนี้