สำหรับข้อกล่าวหา ที่ทางพ.อ.สุชาติ จันทร์โชติกุล ได้ร้องเรียนไป ประกอบด้วย ข้อกล่าวหาที่ 1 จัดทำให้เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สิน เพื่อโยชน์และจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ประเด็นแรก เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 นายไพเจน ได้สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจให้นายเดชอิศม์ ขาวทอง ให้ไข้ไก่กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่มาร่วมโครงการเอาขยะออกจากเมือง ที่ ม.4 หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ไพเจน มากสุวรรณ์ ประเด็นที่ 2 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 นายไพเจน ได้สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจนายเดชอิศม์ ขาวทอง มอบเงินจำนวน 5 หมื่นบาท ให้กับนายพิทักษ์ สุวรรณวงศ์ ในการจัดการแข่งขันมวยในวันกีฬาแห่งชาติ ที่สนามมวยชั่วคราวศูนย์โอท๊อป เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับนายไพเจน มากสุวรรณ์
ส่วนข้อกล่าวหาที่ 2 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2563 นาย ไพเจน ได้ สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจ ให้นายเดชอิศม์ ขาวทอง ให้เงินแก่ในงานเลี้ยงน้ำชา มัสยิดอิมาดูดดีล ม.1 ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา และข้อกล่าวหาที่ 3 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2563 นายไพเจน สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจให้นายเดชอิศม์ ขาวทอง จัดการแข่งขันชกมวยวันกีฬาแห่งชาติ ที่สนามวยชั่วคราวศูนย์โอทอป เทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นการโฆษณาหาเสียงโดยจัดให้มีงานรื่นเริง

นายกชาย ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบชี้แจงข้อกล่าวหาต่อกกต.สงขลา ว่าไม่มีความกังวลอะไรและสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ในทุกประเด็น เพราะการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะส.ส.ตนเองทำมาตลอด ลงพื้นที่มาตลอดโดยไม่เคยพูดหาเสียงหรือกล่าวถึงการเลือกตั้งนายกอบจ.เลย โดยมองว่าสาเหตุการร้องเรียนของพันเอกสุชาติ มาจากการยอมรับความจริงไม่ได้หลังจากที่ไปโม้กับผู้ใหญ่ในพรรคไว้เยอะว่าเขาทำให้ได้ส.ส.ภาคใต้ 13 คน และว่าชนะการเลือกตั้งนายกอบจ.แน่ๆ แต่เมื่อผลเลือกตั้งไม่เป็นตามหวังจึงพยายามหาทางกล่าวหาคู่แข่งแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งตนเองมั่นใจว่านายไพเจน มากสุวรรณ์ จะได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งเป็นนายกอบจ.สงขลา ตามกำหนดการแน่นอน





