โดยมท.2 กล่าวว่าวันนี้ได้ลงมาในพื้นที่ ที่ถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งในบริเวณตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลาพร้อมด้วยนายอำเภอ และสมาชิกสภาจังหวัดสงขลา ซึ่งได้นำมาดูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากมรสุม โดยบริเวณนี้จะเจอกับสถานการณ์อย่างนี้ทุกปี มีการกัดเซาะชายฝั่งเป็นเหตุให้ต้นสนซึ่งมีอายุกว่า 50 ถึง 70 ปีได้รับผลกระทบล้มเป็นแนวยาวจนเกือบถึงถนน ดังนั้นในระยะอันใกล้นี้จะเชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย รวมถึงปภ. มาพูดคุยหามาตรการในการแก้ไขปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งว่าจะมีการแก้ไขอย่างถาวรอย่างไร
"ไม่อย่างนั้นต้นสนที่เป็นธรรมชาติที่สวยงามของที่นี่ก็จะถูกกัดเซาะและสร้างความเสียหายไปถึงถนนเลียบชาบหาดและกระทบต่อชุมชนได้ ทุกฝ่ายหามาตรการทำความเข้าใจกับชุมชนในการที่จะช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติสิ่งเหล่านี้ไว้ และของใหม่ที่ทำก็ต้องไม่ให้มีผลกระทบกับธรรมชาติมากนัก โดยจะขับเคลื่อนโครงการนี้ผ่านทางโครงการ "ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน" ซึ่งจะเป็นกลไกหนึ่งในการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างยั่งยืน
ในระยะสั้นเท่าที่ดูต้องให้หน่วยงานเดิมคือกรมเจ้าท่า ซึ่งทราบว่ามีงบประมาณอยู่แล้ว แต่ทำความเข้าใจกับชุมชนยังไม่เรียบร้อย จึงยังไม่สามรถทำเดินการทำแนวกันคลื่นได้ทั้งหมด ก็จะดูว่าจะมาแก้ไขอย่างไรไม่ให้ชายหาดแถวนี้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยจะเร่งนัดทุกฝ่ายมาร่วมปรึกษากันอีกครั้งเพื่อแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด"







