“เครือข่ายพลเมืองสงขลาขอแสดงความคิดเห็นต่อการทำหนังสือ กห 0484.63/1113 ลงวันที่ 21 เม.ย. 59 ถึงอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(มอ.) ขอความร่วมมือในการทำความเข้าใจกับบุคลากรที่เคลื่อนไหวและต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เพราะการทำหนังสือดังกล่าว เป็นการทำเกินอำนาจหน้าที่ สะท้อนถึงชีวิตและการไม่เข้าใจต่อความเป็นจริงของสังคม และเป็นการละเมิดสิทธิและเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพทางวิชาการ”
นายเอกชัยกล่าวว่ากรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งไม่เคยมีอยู่ในแผนของ จ.สงขลามาก่อน ปัญหามลพิษที่มากับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ก่อสร้างมาแล้ว อย่างกรณีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปางของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต มีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้วให้ กฟผ.แก้ปัญหา แต่ กฟผ.ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้ เครือข่ายพลเมืองสงขลาออกมารต่วมกันคัดค้าน
“การคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน มีข้อเสนอในการจัดการพลังงานใหม่ทั้งระบบ พร้อมทางเลือกในการจัดการพลังงาน หากแต่ต้องอาศัยการพูดคุยปรึกษา การที่นักวิชาการได้ออกมาตั้งข้อสังเกต ออกมาให้ข้อมูล การศึกษาวิจัยร่วมประชาชนในพื้นที่ ในการแสวงหาทางเลือกทางออกให้กับสังคม ย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่หนังสือของ พล.ต.วิรัชช์ฯถึงแม้จะใช้คำสวยๆนิ่มๆแต่แฝงด้วยนัยยะ การสกัดกั้นการแสดงออกทางความคิดของกลุ่มบุคคล บทบาทนี้ไม่ควรเป็นบทบาทของทหารในยุคปฏิรูป”
นายเอกชัย กล่าวว่าเครือข่ายพลเมืองสงขลาต้องการเปิดพื้นที่พูดคุย เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคงของประชาชน การใช้พลังงานถ่านหิน จะทำลายฐานทรัพยากรในการดำรงชีวิต ขอความรต่วมมือของให้ท่านให้ความร่วมมือกับประชาชน โดยยุติบทบาทการสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และขอคืนหนังสือฉบับดังกล่าว เปลี่ยนบทบาทเป็นคนกลางจัดเวทีนำข้อมูลของทั้งสองสามฝ่ายที่มีความคิดเห็นและข้อมูลต่างกันมาเปิดให้ประชาชน สาธารณชนได้พิจารณาอย่างตรงไปตรงมา นำไปสู่การปฏิรูปจริงๆ
นายดิเรก เหมนคร ผู้ประสานภาคประชาชนเพื่อสันติสุขกล่าวว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพากระทบต่อสันติภาพชายแดนใต้ จะมีคนกลุ่มหนึ่งเอาประเด็นความขัดแย้งของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่ประชาชนมีความแตกแยกและทหารบางนายเข้าไปเกี่ยวข้อง ไปเชื่อมโยงกับความหวาดระแวงขึ้นได้



