จากความนิยมของผู้บริโภคดังกล่าว ตนจึงมีแนวความคิดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ผงหมักสเต็กสำเร็จรูปรสจิ้มแจ่ว เพื่อเพิ่มทางเลือกและตอบสนองความต้องการให้กับกลุ่มผู้บริโภคอาหารฟิวชันทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในการรับประทานสเต็กที่มีรสชาติแบบไทยๆ โดยต้องการให้ผงหมักสเต็กรสจิ้มแจ่วที่พัฒนาขึ้นสามารถนำมาใช้ได้แบบ 2 in 1 คือ สามารถนำมาหมักกับเนื้อได้โดยตรงเพื่อทำให้สเต็กที่ได้เข้าถึงรสชาติของซอสจิ้มแจ่ว และยังสามารถนำมาเตรียมเป็นน้ำจิ้มหรือซอสจิ้มแจ่วสำหรับรับประทานคู่กับสเต็กเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของรสชาติได้ยิ่งขึ้น
ผศ.ดร.ธิติมา กล่าวว่า เทคโนโลยีที่ใช้ในการเตรียมเปลือกมะละกอก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง ตลอดจนส่วนผสมที่ใช้ในการผลิตผงหมักสามารถหาซื้อได้ง่าย จึงสะดวกแก่ผู้ประกอบการขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชนที่จะสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ผงหมักสเต็กสำเร็จรูปรสจิ้มแจ่วจากเปลือกมะละกอเพื่อการจำหน่ายได้ นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์สามารถตอบสนองผู้บริโภคที่ทำอาหารไม่เป็น มีเวลาจำกัดในการประกอบอาหารรับประทานเองที่บ้าน หรือผู้ที่นิยมบริโภคอาหารฟิวชัน และสามารถตอบสนองผู้ประกอบการภัตตาคารหรือร้านสเต็กที่ต้องการเพิ่มความสะดวก ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการหมักเนื้อและการเตรียมน้ำจิ้มแจ่วสำหรับรับประทานคู่กับเมนูเนื้อต่างๆ
“ผงหมักสเต็กรสจิ้มแจ่วที่มีส่วนผสมของเปลือกมะละกอ ช่วยทำให้เมนูจิ้มแจ่วมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม สามารถนำมาใช้หมักเนื้อสัตว์ก่อนนำไปประกอบอาหาร ช่วยให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนภายในระยะเวลาอันสั้น และช่วยลดขั้นตอน ลดเวลาในการหมัก ช่วยเพิ่มอรรถรสและทางเลือกในการรับประทานเนื้อสเต็กให้มากขึ้นด้วยรสชาติแบบต้นตำรับไทย นอกจากนั้น ยังใช้เตรียมเป็นน้ำจิ้มแจ่วรับประทานคู่กับเนื้อสเต็กรสจิ้มแจ่ว หรือรับประทานคู่กับทุกเมนูเนื้อสัตว์ เพียงแค่นำผงหมักมาละลายน้ำแล้วรับประทานคู่กับเนื้อ จะทำให้เนื้อมีรสชาติอร่อยจัดจ้านยิ่งขึ้น เข้มข้นไปด้วยรสจิ้มแจ่ว” ผศ.ดร.ธิติมา กล่าว





