นายณัฐชัย วรสุทธิ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลา กล่าวว่า ด่านกักกันสัตว์สงขลา ได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบซากสุกร ตามนโยบายและข้อสั่งการของอธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อป้องกันโรคระบาดในสัตว์ เบื้องต้นได้ตรวจสอบข้อมูลการเคลื่อนย้ายสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ย้อนหลังสามเดือนของบริษัทห้องเย็นแห่งนี้ พบว่ามีปริมาณการเข้า-ออกค่อนข้างสูง จึงมีการนำข้อมูลตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 ถึงเดือนมกราคม 2565 มีการนำเข้าจำนวน 85 ครั้ง 574,541 กิโลกรัม และมีการนำออก 21 ครั้ง 167,058 กิโลกรัม และเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2565 ด่านกักกันสัตว์สงขลา ได้เข้ามาตรวจเช็คและพบว่ามีสินค้าในสต๊อกประมาณ 201,650 กิโลกรัม เมื่อตรวจสอบแล้วไม่สอดคล้องกับตัวเลขในการนำเข้าสินค้า ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการกักตุนซากสุกรที่ส่งผลให้เนื้อสุกรมีราคาสูงขึ้นในปัจจุบัน จึงได้มีการรายงานให้ทางจังหวัดและสำนักงานพาณิชย์ทราบเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ ด้านนางสาวฉัตรสุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2565 เรื่องการแจ้งปริมาณ ราคา สถานที่เก็บและจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร และเนื้อสุกร ซึ่งในประกาศได้ระบุไว้ว่าทางผู้ครอบครองสุกรชำแหละ ผ่าซีก หรือแยกออกเป็นชิ้นส่วน หากมีปริมาณรวมกันตั้งแต่ 5,000 กิโลกรัมขึ้นไป ทางผู้ครอบครองจะต้องแจ้งไปยังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภายในวันที่ 10 มกราคม 2565 และแจ้งครั้งถัดไปในวันจันทร์ของทุกสัปดาห์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าทางบริษัทห้องเย็นมีความผิดตามประกาศดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้แจ้งปริมาณครอบครองไปยังสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ทั้งในวันที่ 10 และวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา อีกทั้งผู้เลี้ยงจะต้องแจ้งบัญชีให้ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดรับทราบด้วยเช่นกัน
สำหรับข้อกฎหมายหลังจากนี้ จะดำเนินการไปตามฐานความจริงตามเอกสารและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่จะนำมาชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป นอกจากนี้ทางจังหวัดสงขลาจะนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเย็นทั้งหมดที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลาเพื่อสร้างความมั่นใจ และขยายผลอย่างเข้มงวดเพื่อลดปัญหาการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกร




ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว-ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา