นายแพทย์ดนัย กล่าวต่อว่า หลักในการเลือกภาชนะหรืออุปกรณ์ใส่อาหารนั้น จะต้องไม่ทำหรือประกอบด้วยวัสดุที่เป็นพิษ เช่น ไม่ทำจากวัสดุที่ใช้แล้ว ไม่มีการแต่งสีในส่วนที่จะสัมผัสอาหาร ภาชนะอุปกรณ์ต้องมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่ชำรุด สึกหรอ หรือแตกกระเทาะ เป็นสนิมง่าย ทนต่อการกัดกร่อนของอาหารที่มีรสเปรี้ยวหรือเค็มจัดได้ ทำความสะอาดง่าย มีความปลอดภัยในการนำไปใช้ ผิวเรียบ ไม่มีร่อง ซอก มุม ปากไม่แคบ ก้นไม่ลึกจนเกินไป และต้องป้องกันการปนเปื้อนได้ เช่น ภาชนะใส่น้ำดื่มต้องมีฝาปิด มีก๊อกหรือทางเทน้ำออก เป็นต้น ที่สำคัญ ภาชนะที่จะนำมาใช้กับอาหารต้องไม่ผ่านการใช้บรรจุสารเคมีอันตรายมาก่อน เพราะอาจทำให้เกิดสารเคมีตกค้างได้
“ทั้งนี้ นอกจากการเลือกใช้ภาชนะบรรจุอาหารให้เหมาะสม สะอาดและปลอดภัยแล้ว การล้างภาชนะ อุปกรณ์ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและการปนเปื้อนสู่อาหารได้ ซึ่งพ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการร้านอาหาร จะต้องล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากใช้แล้ว และหากไม่แน่ใจว่าสะอาดเพียงพอ เช่น พบคราบไขมัน ฝุ่นละออง หรือสิ่งสกปรกตกค้างอยู่บนภาชนะ หรือหากภาชนะอุปกรณ์ปนเปื้อนระหว่างการใช้ เช่น ทำตก หล่น หรือมีแมลงวันไต่ตอม ต้องนำไปล้างให้สะอาดอีกครั้ง” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในทีสุด
