การที่จะทำให้ปัญหาการการทุจริตให้ลดน้อยลงและหมดไปได้ในที่สุดนั้น ต้องนำหลักธรรมาภิบาลไปปรับใช้กับการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสร้างทัศนคติ ปลูกจิตสำนึกเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานร่วมกันต่อต้านการทุจริต ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงค่านิยมไปในทิศทางที่ไม่เอื้อหรือสนับสนุนการทุจริต โดยกลไกการนำคุณธรรมและหลักธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วย ความชอบธรรม ความโปร่งใส ความรับผิดชอบและการตรวจสอบได้ ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับกรอบการนำคุณธรรมและหลักธรรมาภิบาลไปเป็นแนวทางการปฏิบัติงานนั้น ปัจจุบันยังคงอยู่บนความหลากหลายในองค์ประกอบหลักของธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วยหลักนิติธรรม (Rule of Law) หลักคุณธรรม (Integrity) หลักความโปร่งใส (Transparency) หลักความรับผิดชอบและการตรวจสอบได้ (Accountability) และหลักความคุ้มค่า (Value for money) และหลักการมีส่วนร่วม (Participation)
“การพิจารณานำองค์ประกอบหลักของธรรมาภิบาลดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือกลไกในการสร้างมาตรฐานด้านความโปร่งใสสำหรับองค์กร จะต้องคำนึงถึงกรอบเป้าหมาย วัตถุประสงค์แนวทาง หรือวิธีการดำเนินงานที่องค์กรสามารถปฏิบัติ เพื่อสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีได้ต่อไป” อธิการบดี มรภ.สงขลา กล่าว
ด้าน นางวลัยพร พรหมเทพ หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน มรภ.สงขลา ผู้เสนอโครงการ กล่าวว่า การจัดอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากร นายปุริมปรัชญ์ จันทร์หอม หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา และ นางสาวอรุณี วินทะสมบัติ หัวหน้ากลุ่มประสานการป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 4 โดยมีบุคลากรภาครัฐ ผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย เข้าร่วมจำนวน 120 คน วัตถุเพื่อเสริมสร้างให้บุคลากร มรภ.สงขลา ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม หลักธรรมาภิบาล ตลอดจนร่วมสร้างค่านิยมสำหรับผู้บริหารและสร้างจิตสำนึกที่ดีในการปฏิบัติงานให้มีความซื่อสัตย์สุจริตแก่อาจารย์และบุคลากร มีความตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต


