นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาได้ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้ ซึ่งถือได้ว่ามีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเยือน ตลอดจนผู้เที่ยวชมงาน เนื่องจากจังหวัดสงขลา มีความใส่ใจและใช้ความพยายามในการผลักดันให้ศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหารและสถานบริการต่าง ๆ ผ่านการรับรองมาตรฐาน SHA และ SHA+ และยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประกอบกับผู้จัดงานได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกับจังหวัดในมาตรการต่าง ๆ จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถดำเนินกิจกรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ลุล่วงได้โดยทุกคนปลอดภัย
และในเวลาอีกไม่ช้า จังหวัดสงขลาจะเปิดด่านชายแดนที่มีมีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ได้อีกครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วมงานและจะได้ร่วมกิจกรรมการจับคู่เจรจาธุรกิจ โดยจะมีนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมเป็นคู่เจรจา อันจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงทางการค้า ขยายโอกาสทางธุรกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ ขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้อีก 10 จังหวัด อีกด้วย
จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เดินเยี่ยมชมบูธและพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการ ซึ่งภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน 70 บูธ จาก 11 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง สตูล และสงขลา มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจ Business Matching ทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการแสดงจากศิลปินมากมายและกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดการจัดงาน โดยคาดว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดได้อย่างน้อยไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท





ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว-ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา