
โอกาสนี้ นายวรณัฏฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบชุดอุปกรณ์ที่ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยแก่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ และตัวแทนเจ้าหน้าที่ประจำเขต ทั้ง 4 เขต ตลอดจนได้ตรวจเยี่ยมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และได้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จากนั้นได้ร่วมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่และขบวนรถเพื่อออกปฏิบัติหน้าที่ประจำเขต

ด้านนายนิวัฒน์ สุขศิริ ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าวว่า เทศบาลนครสงขลา ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่มเป็นประจำทุกปี เนื่องมาจากสาเหตุทางด้านภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของมรสุมเขตร้อนและมีลมมรสุมพัดผ่าน คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคมของทุกปี และยังมีความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ก่อตัวขึ้นและพัฒนาเป็นพายุเขตร้อน ซึ่งเป็นสาเหตุให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงเวลาดังกล่าว จนก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่และประกอบกับอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือนร้อน ตลอดจนสิ่งสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากประจำทุกปี

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ประสบภัยเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทันต่อเหตุการณ์ ตลอดจนการฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์ที่ชำรุดเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด จึงได้บูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย จะเป็นศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมไว้รับสถานการณ์ ตั้งแต่ยามปกติ เป็นศูนย์การวางแผน สั่งการ วิเคราะห์สถานการณ์และควบคุมการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหา
ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว/ภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
