สธ.สงขลา เตือนประชาชนกลุ่มที่มีสุขภาพอ่อนแอเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดใหญ่
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา เตือนประชาชนให้ป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพราะมีแนวโน้มการระบาด ประชาชนกลุ่มที่มีสุขภาพอ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดโรคได้ง่าย

นายแพทย์สรรพงษ์ ฤทธิรักษา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ของ จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 5 มิ.ย. 2559 พบผู้ป่วย 341 ราย พบอัตราป่วยสูงสุดในกลุ่มอายุ 5 - 9 ปี รองลงมา คือ กลุ่มอายุ แรกเกิด – 4 ปี และกลุ่มอายุ 10 – 14 ปี ตามลำดับ โดยเชื้อ ไข้หวัดใหญ่ที่พบไม่ใช่เชื้อใหม่ แต่เป็นสายพันธุ์ที่เคยระบาดมาแล้ว ประชาชนที่มีสุขภาพอ่อนแอ มีภูมิต้านทานต่ำ จึงเสี่ยงต่อเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย เมื่อป่วยอาจมีอาการรุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่าคนทั่วไป อาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น กลุ่มเสี่ยงที่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และต้องมีการป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
1) ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป 2) หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป 3) เด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี 4) ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เรื้อรัง 7 โรค ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด 5) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตรวจเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเสี่ยงต่อการสัมผัสโรคและอาจเป็นผู้แพร่โรคต่อไปยังผู้อื่นได้พร้อมๆ กัน 6) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ติดเชื้อ HIV 7) คนอ้วนที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กก. หรือ ดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 35 กก.ต่อตางรางเมตร โดยขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี ได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ตั้งแต่บัดนี้ไป จนถึง 30 ก.ค.2559
โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยเชื้อไวรัสอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย สามารถแพร่ติดต่อไปยังคนอื่น จากการไอหรือจามรดกัน หรือหายใจเอาฝอยละอองเข้าไปหากอยู่ใกล้ชิด และอาจได้รับเชื้อผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น แก้วน้ำ โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ เป็นต้น โดยอาการป่วยมักจะเกิดขึ้นทันทีด้วยอาการไข้สูง ตัวร้อน หนาว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะ ที่หลัง ต้นแขน ต้นขา ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คัดจมูก จาม มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ เจ็บคอ
โดยในเด็กอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงได้มากกว่าผู้ใหญ่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง หายป่วยได้ โดยไม่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล อาการจะทุเลาและหายป่วยภายใน 5-7 วัน แต่บางรายที่มีอาการปอดอักเสบ รุนแรง จะพบอาการหายใจเร็ว เหนื่อย หอบ หายใจลำบาก ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มักรักษาตามอาการ แต่ในรายที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น ในกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรง แพทย์จะมีการพิจารณาให้ยาต้านไวรัสโรคไข้หวัดใหญ่ ทั้งนี้ ในกลุ่มเสี่ยงป่วยรุนแรง หากมีอาการสงสัยไข้หวัดใหญ่ เช่น เป็นไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก ให้รีบมาพบแพทย์ ส่วนบุคคลทั่วไปหากมีอาการป่วยและอาการไม่ดีขึ้น ใน 2 วัน ให้รีบไปพบแพทย์
นายแพทย์สรรพงษ์ ฤทธิรักษา กล่าวต่อว่า ประชาชนทั่วไปควรป้องกันไข้หวัดใหญ่ โดยหมั่นล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ อาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ใช้ช้อนกลาง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน โดยไม่จำเป็น
ฝ่ายสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์/สสจ.สงขลา รายงานฯ ข้อมูลข่าวโดย ฝ่ายควบคุมโรคติดต่อทั่วไป สสจ.สงขลา