
ทั้งนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้โรงเพาะฟักสัตว์น้ำ มีความพร้อมที่จะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 ธันวาคม 2565 และพร้อมที่จะกระจายลูกปูจำนวนหนึ่งแสนตัวแก่เกษตรกรในเดือนมกราคม ในระยะต่อไปจะสามารถผลิตได้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว มากไปกว่านั้น ยังได้ขยายเป้าหมายการจัดตั้งโรงเพาะฟักสัตว์น้ำครอบคลุมทั้งพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย ทั้งที่ปัตตานี และสงขลา ขณะที่ฝั่งอันดามัน อยู่ที่ กระบี่ และสตูล อีกทั้งจะมีการเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดเส้นทางการท่องเที่ยวของชาวมาเลเซีย ที่ต้องมาเยือนเพื่อรับประทานอาหารทะเลที่ปัตตานี โดยร้านอาหารในพื้นที่จะรับซื้อปูโดยตรงจากเกษตรกร ทำให้เมนูปูเป็นจานเด่นของจังหวัด “กินปูปัตตานี”

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า การส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเล เป็นอีกหนึ่งในนโยบายการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าจะสร้างรายได้แก่ประชาชนอย่างแน่นอน เพราะตลาดมีความต้องการปูทะเลอีกมาก รวมถึงแนวทางการดำเนินการยังเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมปูทะเลทั้งระบบ ตั้งแต่การเพาะพันธุ์ การอนุบาลลูกปู การขุนปูให้มีน้ำหนัก การจำหน่ายตรงไปยังร้านอาหาร และการส่งออกนอกพื้นที่ มากไปกว่านั้นยังได้นำเอาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่ถูกบุกรุกทำบ่อกุ้ง กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังผู้ประกอบการทั่วไปทุกพื้นที่ที่สนใจ ซึ่งในระยะยาวจะพัฒนาสู่การเป็นเมืองผลิตปูทะเลเพื่อการส่งออกได้อย่างแน่นอน โดยขณะนี้มีกลุ่มเกษตรกรกว่า 35 กลุ่ม รวม 700 กว่าครอบครัว ประชาชนที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศอ.บต กองสนับสนุนและสนับสนุนงานฝ่ายพลเรือน 073-274-471

