
ด้าน ศ. ดร.นพ.สุรศักดิ์ สังขทัต ณ อยุธยา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย กล่าวว่าในปัจจุบันธนาคารชีวภาพสำหรับจัดเก็บตัวอย่างทางชีวภาพจากผู้ป่วยได้รับการจัดตั้งขึ้นภายใต้สถาบันที่เป็นโรงเรียนแพทย์หลากหลายสถาบันในประเทศไทยที่สำคัญ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยทุกสถาบันมีพันธกิจและวิสัยทัศน์ตรงกันว่าธนาคารชีวภาพเป็นแหล่งชีวทรัพยากรที่สนับสนุนให้เกิดการวิจัยเชิงลึก เป็นคลังข้อมูลความรู้ทางชีวภาพ ที่จะสร้างความเข้าใจต่อโรคต่างๆ อาจนำไปสู่การศึกษาเชิงลึกถึงกลไกของโรค หรือพัฒนาวิธีการตรวจวินิจฉัยโรคที่รวดเร็ว แม่นยำ ตลอดจนนำไปสู่การพัฒนาวัคซีนและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม หรือการรักษาผู้ป่วยแบบแม่นยำ (precision medicine)

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือธนาคารชีวภาพในประเทศไทยระหว่าง 4 สถาบัน เป็นพันธกิจสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านธนาคารชีวภาพ ยกระดับมาตรฐานธนาคารชีวภาพในประเทศไทย ผลักดันให้ธนาคารชีวภาพในเครือข่ายได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 20387: 2018 Biotechnology-Biobanking-General requirements for biobanking และเป็นศูนย์กลางการทดสอบและรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากลในระดับประเทศและนานาชาติ
