
สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์ ได้ปลดออกจากระบบไฟฟ้าตั้งแต่ ปี 2562 กฟผ. ได้ทำการปรับปรุงให้มีความพร้อมในการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า โดยมีกำหนดเดินเครื่องระหว่างเดือนธันวาคม 2565 - ธันวาคม 2568 คิดเป็นค่าพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ประมาณ 1,643 ล้านหน่วย ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดจร (Spot LNG) จากต่างประเทศที่มีความผันผวนและมีราคาสูงลงได้ประมาณ 10,800 ล้านบาท เป็นการช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนได้อีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กฟผ. ได้ปรับการผลิตไฟฟ้าเพื่อช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก โดยเลื่อนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8 จากเดือนธันวาคม 2564 ออกไปจนถึงเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 ถึงเดือนธันวาคม 2565 ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลงแล้วประมาณ 13,623 ล้านบาท และปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าบางปะกงเป็นน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล ซึ่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงเดือนกันยายน 2565 ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลงแล้วประมาณ 2,378 ล้านบาท รวมถึงปรับแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP)
นอกจากนี้ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2565 กฟผ. ยังรับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงค่าก๊าซฯ แทนประชาชนเป็นการชั่วคราวไปแล้วกว่า 122,257 ล้านบาท