จากการที่เราทำนโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือภาคอีสาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง แม้แต่ยางพารา ซึ่งขณะนี้มีการปลูกทั่วประเทศ หรือปาล์ม นโยบายเหล่านี้ดูแลพี่น้องเกษตรกร 9 ล้านกว่าครอบครัว นี่คือสิ่งที่เรามีความมั่นใจว่าพี่น้องเกษตรกรได้รับผลประโยชน์จากนโยบายประกันรายได้ ให้เกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอบนี้ประชาธิปัตย์เน้นเรื่องชาวนาเป็นกรณีพิเศษ อย่างที่บอกว่าชาวนารับไร่ละ 30,000 ต่อ 15 ไร่ ไร่ละ 2,000 บาท อันนี้ถือเป็นการดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวนาแบบตรงเป้าหมาย และเราอาจจะพ่วงไปถึงในเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเงื่อนไข เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วห้ามเผาตอซังข้าว ซึ่งมันจะก่อให้เกิดมลภาวะ ตามมามากมาย และเพิ่มการผลิตคุณภาพของเกษตรกรของพี่น้องชาวนาด้วย นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ยืนยันในเรื่งนโยบายของประชาธิปัตย์ รวมไปถึงนโยบายที่จะมุ่งอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ในหมู่บ้าน ในขุมชนในการจัดตั้งธนาคารชุมชนละ 2 ล้าน นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์ประกาศกับพี่น้องประชาชนเดินหน้าสิ่งเหล่านี้ รวมไปถึงสัปดาห์ที่ผ่านมาทางภาคใต้ เกิดปรากฏที่พรรคส่งทีมเศรษฐกิจมาสัญจรที่หาดใหญ่ เพื่อพบปะกับพี่น้องในพื้นที่ภูมิภาค มาประกาศเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นทางรถไฟจากปาดังเบซาร์สู่หาดใหญ่ เพื่อเชื่อมให้นักท่องเที่ยวจากมาเลย์ที่มาขบวนรถไฟเข้าถึงหาดใหญ่ได้ หรือทางมอเตอร์เวย์จากหาดใหญ่ไปด่านนอก หรือสะเดา ซึ่งท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ได้ชี้แจงไปแล้ว รวมไปถึงสิ่งที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้มาบอก จะผลักดันให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการเงินในภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมาสิ่งนี้ได้ตอกย้ำว่าประชาธิปัตย์จะพัฒนาสงขลา หาดใหญ่ พัฒนาภาคใต้ของประเทศไทยด้วยนโยบายอะไรบ้าง ซึ่งถือว่ามีความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ
ซึ่งจากงานวิจัยยังพบว่า ประชาชน กว่า 20% ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศเกือบ 40 ล้านคน ยังให้ความเชื่อมั่นต่อพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เคยสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง กลับตรงกันข้ามพรรคประชาธิปัตย์มักจะเป็นทางเลือกทางรอดทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดวิกฤต รวมทั้งความเชื่อถือในแนวอุดมการณ์และนโยบายที่พรรคได้ทำไว้ให้ประเทศในแต่ละยุคสมัยถึง 77 ปีที่ผ่านม่า ยังมีความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และแนวนโยบายหลายด้านที่กำลังทำ และที่จะทำต่อไปในอนาคตคือ
เรื่องการศึกษา และการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะการประกันรายได้ ที่เกษตรกรทั่วประเทศสามารถมีความมั่นคงในรายได้ รวมทั้งนโยบายการสร้างชาติ สร้างคน ในด้านต่างๆ ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็ง อย่างมั่นคง ในการประกอบอาชีพ มากกว่านโยบายที่มุ่งไปที่การแจกจ่าย นายนิพนธ์ได้กล่าวอย่างมั่นใจว่า จากงานวิจัยของพรรค และการติดผลโพลของทุกสำนักที่ชี้ไปในทิศทางที่เป็นบวก ประกอบกับระยะเวลาอีก 20 กว่าวันที่เหลือของการรณรงค์หาเสียงในครั้งนี้ จะสามารถทำให้พรรคมีฐานคะแนนที่เติบโตขึ้นใกล้เคียงกับปี พ.ศ.2554 ที่เราเคยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนถึง 11 ล้านคะแนน ซึ่งในปี พ.ศ. 2566 นี้ สมาชิกทุกคนของพรรคจะช่วยกันทุ่มเทในการรณรงค์หาเสียง เพื่อให้พี่น้องประชาชนช่วยสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตยเป็นหลักให้บ้านเมืองต่อไป