ครูรัฐกรณ์ ร.ร.บ้านบ่อหิน สตูล ชวนสุขภาพดีกับผักไร้ดิน ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
“ครูรัฐกรณ์” ร.ร.บ้านบ่อหิน สตูล ชวนสุขภาพดีกับผักไร้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์) กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้
ผู้เขียน กันยา มาศภูมิ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคสมัยนี้คนหันมาดูแลเรื่องของสุขภาพกันมากยิ่งขึ้นกว่ายุคสมัยก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นการหันมาออกกำลังกาย อย่างเช่นการปั่นจักรยาน การใส่ใจกับคุณภาพอาหารการกิน ต้องสะอาด ปลอดภัยจากสารพิษเจือปน จึงเกิดมีผู้คิดเมนูสุขภาพขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกส่วนผสมของอาหารที่ทำมาจากธรรมชาติ หรือจากผักไร้สารพิษ อย่างเช่น ผักออแกนิกส์ ที่ปลูกตามธรรมชาติแท้จริง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือผักไร้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์) ที่ปลูกโดยใช้น้ำที่มีสารละลายธาตุอาหารพืชที่เหมาะสม ถือเป็นผักที่ปลอดภัยกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
ครูรัฐกรณ์ บุญแก้วสุข ครูผู้สอนวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนบ้านบ่อหิน อ.ละงู จ.สตูล ได้นำการปลูกผักไร้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์) เข้ามาจัดการเรียนการสอนในสาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 เพื่อให้นักเรียนได้มีความรู้หลักการของเศรษฐศาสตร์ โดยเชื่อมโยงความรู้หลักทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติจริงที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ตั้งแต่การลงทุนในการปลูก กระบวนการปลูก การเก็บเกี่ยว การนำผักชนิดต่างๆ เข้าสู่ตลาดในชุมชน การจัดทำบัญชีรับจ่าย ตลอดจนความคุ้มทุนของผลิตผล

ครูรัฐกรณ์ บุญแก้วสุข
ครูรัฐกรณ์ เล่าว่าใช้ช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ได้ค้นคว้าความรู้จากเว็บไซต์ต่าง ๆที่สอนการปลูกผักไร้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์) เรียนรู้ลองผิดลองถูกจนตกผลึกความรู้วิธีการปลูกพืชไร้ดินเพื่อนำสู่กระบวนการเรียนการสอน ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 1) เตรียมความพร้อมการปลูกที่มีลานกว้าง หรือที่โดนแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง 2) แปลงปลูกทางโรงเรียนใช้วัสดุที่หาง่าย ราคาไม่สูงมาก เพื่อลดต้นทุน เนื่องจากการปลูกผักไร้ดินต้องใช้ทุนสูงในระยะแรก 3) เตรียมต้นกล้าโดยการเพาะเมล็ดในฟองน้ำ ควรนวดฟองน้ำก่อนใส่เมล็ดพันธ์ผักในช่องลึกประมาณ 0.3 มิลลิเมตร ใส่น้ำเปล่าแช่ฟองน้ำสูงประมาณ 1 เซนติเมตร เพื่อจะได้งอกพร้อมกัน เก็บไว้ในที่ร่มไม่โดนแสงและรักษาความชื้นไว้ จนครบ 48 ชั่วโมง 4) เมื่อต้นกล้าครบกำหนด 48 ชั่วโมง ในวันที่ 3 นำออกแดด ใช้สารละลาย A และสารละลาย B อย่างละ 30 ซีซี ผสมกับน้ำเปล่า 10 ลิตร (ในการผสมสารละลาย A และ B ควรห่างกัน 15 นาที) ใช้แทนน้ำเปล่าที่ใช้เพาะต้นกล้า 48 ชั่วโมงแรก รักษาความสูงที่ 1 เซนติเมตร จนต้นกล้าได้อายุประมาณ 9 วัน นำลงแปลงปลูก การเติมน้ำเปล่าเพื่อใช้ปลูกนั้นเติมน้ำในอัตราทุกๆ 10 ลิตร ต่อ สารละลาย A และ B 30 ซีซี 5) นำลงแปลงปลูก เติมน้ำในถังปุ๋ยจนเต็ม และเสียบปลั๊กปั้มน้ำ เพื่อตรวจสอบการไหลของน้ำในทุกรางปลูก 6) ตรวจสอบบันทึกการเจริญเติบโตเพื่อเป็นข้อมูลตั้งแต่วันแรกที่ลงปลูกในรางปลูก 7) ก่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้นำปุ๋ยสารละลายออกทั้งหมด และเติมน้ำเปล่าแทนเป็นเวลา 2 – 3 วัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานผักที่ปลอดภัยและไร้สารตกค้าง นอกจากนี้ไม่มีการใส่ยา หรือฉีดยาฆ่าแมลงใดๆ ตลอดการปลูก
สำหรับผักไร้ดินที่ปลูกในโรงเรียนส่วนใหญ่ จะเน้นผักที่มีความต้องการของตลาดในชุมชนเช่น ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า เป็นต้น ผลผลิตในแต่ละครั้งบนเนื้อที่ปลูก 4 ตรม. (1 แปลงปลูก/98 ช่อง) สามารถเก็บผักได้ประมาณ 14 กิโลกรัม เป็นเงินโดยประมาณ 840 บาท ในราคาขายกิโลกรัมละ 60 บาท (โดยราคาขึ้นลงตามราคาท้องตลาดและสภาพอากาศ) ผักส่วนใหญ่นำส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนบ้านบ่อหินได้รับประทานผักปลอดสารพิษ 100 % เป็นผักที่นักเรียนชอบรับประทานมาก เพราะมีลักษณะเฉพาะ คือ กรอบ หวาน รสชาติไม่ขม แถมยังไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว ผักอีกส่วนหนึ่งได้นำออกจัดจำหน่ายแก่ชุมชนเป็นรายได้เข้าสถานศึกษา
ขณะเดียวกันที่นายอรรถไกร จิตรหลัง ผู้อำนวยโรงเรียนบ้านบ่อหิน เห็นประโยชน์ที่ส่งผลต่อการศึกษา ได้สนับสนุนให้นำการปลูกผักไร้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์) สู่การสร้างอาชีพให้นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียนตามโครงการ 1 โรงเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ 1 อาชีพ และให้เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ปีการศึกษา 2559 ด้วย นอกจากนี้การปลูกผักไร้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์) ยังเป็นที่สนใจของชุมชนพื้นที่บริการโรงเรียน โดยกลุ่มเกษตรกรหมู่ 3 บ้านบ่อหิน ได้เข้ามาขอคำปรึกษาและขอใช้พื้นที่โรงเรียนในการปลูกผักไร้ดิน(ไฮโดรโปนิกส์) จึงถือเป็นการจัดการศึกษาที่ครบวงจรตั้งแต่ระดับโรงเรียนสู่ชุมชน อีกส่วนหนึ่งจัดจำหน่ายแก่ชุมชน เป็นรายได้เข้าสถานศึกษา
“การปลูกผักไร้ดินแม้จะดูว่าใช้สารละลายปลูก มีข้อกังขาว่าปลอดภัยจริงหรือไม่ ต้องบอกว่าผู้ผลิตต้องมีจิตสำนึกถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด เขาเหล่านั้นควรได้รับประทานผักที่มีความปลอดภัย และไร้สารเจือป่น ที่นี่! โรงเรียนบ้านบ่อหิน เรามีการเจือจางสารละลายในอัตราส่วนที่เหมาะสม ผสมผสานกับการใช้น้ำหมักชีวภาพที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคแน่นอน เราดูแลด้วยใจเพื่อลูกหลาน เราทำเพื่อการเรียนรู้และการเรียนรู้นั้นสอนประสบการณ์ให้เราทุกคนมีในทุกๆ ด้าน และด้านคุณธรรม จริยธรรม บนพื้นฐานความถูกต้อง” คือคำยืนยันของครูรัฐกรณ์ บุญแก้วสุข



