
ทางด้าน “เถตรัง ครีเอทีฟ วีก ครั้งที่ 1 เทศกาลสร้างสรรค์ของนักเถ” จังหวัดตรัง ได้นำอาคารเก่าของโรงพยาบาลตรังชาตะ ที่ไม่ได้ใช้งานมากกว่า 10 ปีมารังสรรค์ใหม่ โดย เครือข่ายนักสร้างสรรค์ ทีม ‘หัวบอน’ ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ (Creative Space) ที่รวบรวมงานครีเอทีฟในแบบเฉพาะ Made in Trang และสุดท้าย การจัดกิจกรรมขับเคลื่อนพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของกลุ่ม ‘Melayu Living’ จังหวัดปัตตานี ที่ล้วนมีเสน่ห์เฉพาะตัว และส่งเสริมให้ความคิดสร้างสรรคที่สะท้อนดีเอ็นเอความเป็นปักษ์ใต้ได้ผลิบาน
แพลตฟอร์มสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่หวนกลับบ้าน
เทศกาลฯ มีเป้าหมายสร้างแพลตฟอร์มให้ลูกหลานปักษ์ใต้ที่กลับมาบ้านได้มีที่ยืน มีพื้นที่ในการแสดงออก ได้จัดแสดงงานครั้งแรกไปพร้อมกับเทศกาลฯ เช่น SoulSouth Studio จาก จังหวัดยะลา, Southson Design จาก จังหวัดสงขลา, กลุ่ม Hatyai Connext จาก หาดใหญ่ , ทีม ‘หัวบอน’ จาก จังหวัดตรัง, กลุ่ม ‘Melayu Living’ จาก จังหวัดปัตตานี, กลุ่ม ‘Creative Nakhon’ จาก จังหวัดนครศรีธรรมราช ฯลฯ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพของพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่ พร้อมช่วยต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไม่ให้สูญหาย ด้วยการสร้างเรื่องราว (Storytelling) ในแบบร่วมสมัย อันเป็นหัวใจสำคัญของเทศกาลฯ ที่ทำหน้าที่ทั้งบันทึกความทรงจำ บอกต่อ และตั้งคำถามในประเด็นต่าง ๆ เพื่อเปิดบทสนทนาร่วมกัน โดยเน้นเรื่องราวที่ยึดโยงกับผู้คน เทศกาลฯ จัดกิจกรรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น นิทรรศการและละครเวทีที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัวจีน 5 เหล่า (กวางตุ้ง ไหหลำ แต้จิ๋ว ฮากกา และฮกเกี้ยน) ในจังหวัดสงขลา ศิลปะการแสดงโนราที่เล่าเรื่องตัวตนของครูโนรา หนังเล่าประเด็นทางสังคมในพื้นที่แบบสัญญะ หรือแม้แต่อินสตอลเลชันอาร์ตก็ยังสอดแทรกค่านิยมลึกซึ้งที่ชาวมุสลิมยึดถือ เพื่อให้เกิดความรู้สึกและประสบการณ์ร่วมในหลายมิติ ทั้งจากคนในพื้นที่เองในฐานะเจ้าของเรื่อง และคนนอกก็ยังได้ความรู้สึกของการเป็นคนในมากขึ้น ส่งเสริมให้วัฒนธรรมท้องถิ่นได้ปรับตัว ลื่นไหลไปกับยุคสมัยได้แบบไม่ทิ้งตัวตน นอกจากนี้ยังทำให้เกิดกระแสการตั้งคำถามของคนหนุ่มสาว ว่ากลับบ้านไปทำอะไรได้บ้าง ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของตนเอง ทั้งร้านกาแฟเปิดใหม่ ร้านอาหารฟิวชั่น ร้านเครื่องหอมร่วมสมัย ร้านหนังสือ พื้นที่สร้างสรรค์ หอศิลป์ ซึ่งล้วนบุกเบิกพื้นที่ทำกินและสร้างความหวังให้กับคนรุ่นใหม่อีกครั้ง ให้ปักษ์ใต้เป็น ‘เมืองที่ดี’ กล่าวคือ ‘เมืองที่มีรายได้’ รองรับผู้คนได้หลากหลาย อันเป็นแกนสำคัญในการกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงบ้านของพวกเขาต่อไป

สร้าง Snowball Effect ทางพื้นที่และเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชน
เทศกาลฯ ได้ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) สามารถสร้างรายได้ระหว่างการจัดงานไม่น้อยกว่า 165 ล้านบาท โดยอาศัยปัจจัยทางด้านต้นทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Asset) พลังขับเคลื่อนของคนรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่ (Creative People) พื้นที่และอาคารบ้านเรือนที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางสถาปัตยกรรม (Creative Place) ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกให้เกิดการนำความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) มาประยุกต์ใช้ในการสร้างให้เกิดคุณค่า (Value Creation) ที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านสังคม และเศรษฐกิจ (Economy Impact) ไปสู่การขับเคลื่อนปักษ์ใต้ในมุมมองใหม่ ที่ไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องแหล่งท่องเที่ยวอันงดงาม (Tourist) ตามธรรมชาติ แต่กำลังจะเป็นภูมิภาคที่สร้างการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) พร้อมดึงดูดคนสร้างสรรค์จากทั่วโลกเข้ามาใช้ชีวิตได้ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้เทศกาลฯ ยังมีงานบางส่วนได้จัดแสดงต่อ เช่น นิทรรศการ ‘Peranakan Reborn-Bornhere’ ของนักออกแบบรุ่นใหม่จากหาดใหญ่ ทั้งสถาปนิก อินทีเรียดีไซเนอร์ และกราฟิกดีไซเนอร์ ที่มารวมตัวกัน เพื่อตีความวัฒนธรรมเปอรานากัน และนำเสนอเป็นคอลเล็กชันเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สุดชิค ทั้งเก้าอี้ โต๊ะ พรม โคมไฟ ฯลฯ ณ อาคารเก่าทรงคลาสสิกอย่างบ้านเขียนเจริญ จนกลายเป็นแบรนด์ Pradtana.design แบรนด์เฟอร์นิเจอร์น้องใหม่ ที่นำเสนอส่วนผสมของความเป็นท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ และศิลปะ ผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ ทีมนักออกแบบยังผลักดันคอลเล็กชันเฟอร์นิเจอร์นี้ ให้ได้ไปจัดแสดงที่ Peranakan Musuem ที่สิงคโปร์อีกด้วย, ศิลปะการจัดวาง ‘บินละห์’ หรือ ‘Billah’ ประติมากรรมบนท่าเรือ ริมทะเลสาบสงขลาฝั่งแหลมสน ฝีมือนักออกแบบจากปัตตานี กลายเป็นแลนด์มาร์กสไตล์มลายูที่ผู้สนใจสามารถนั่งเรือข้ามไปชมได้ทุกวัน (ติดตั้งถาวร), บ้านในกำแพงชุมชนแหลมสน อดีตบ้านคหบดีจีนอายุกว่า 200 ปี ที่หลงเหลือเพียงกำแพงและซุ้มประตูเก๋งจีน บ่อน้ำโบราณ และฐานเสาเรือนเดิม ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ ให้กลายเป็น Songkhla Kombucha House รายล้อมด้วยสวนชาใบขลู่ แหล่งผลิตชาใบขลู่ และชาขลู่ที่่หมักผลไม้เจ้าแรกของจังหวัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ต่อยอดมาจากวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อกระจายรายได้ให้ชุมชน พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับชุมชนต่อไปในระยะยาว, กราฟิกอัตลักษณ์ย่านมัสยิดบ้านบน ฝีมือนักออกแบบจากกรุงเทพฯ พจน์ อักษรสนาน ใช้ป้ายและองค์ประกอบต่าง ๆ ในย่านเป็นวัตถุดิบในการออกแบบงานกราฟิกร่วมสมัยและตัวอักษรที่สะท้อนตัวตนของมัสยิดบ้านบน งานออกแบบเหล่านี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้จริงกับตลาดและงานของของชุมชนมัสยิดบ้านบนในระยะยาว ทั้งโลโก้ ฟอนต์ ป้าย ธงราว สติกเกอร์ กระดาษรองอาหาร ฯลฯ, งานศิลปะจัดวาง ‘Chinese Spring - Home’ ผลงานโดย นักรบ มูลมานัส ศิลปินคอลลาจชื่อดังจากกรุงเทพฯ ที่ประทับใจเรื่องราวของชาวจีน 5 เหล่าในสงขลา กับนิยามของคำว่า ‘บ้าน’ ยังคงจัดแสดงอยู่ที่บ้านเก้าห้อง ให้ทุกคนได้มาค้นหาเรื่องราวภายใต้ผลงานศิลปะล้ำสมัย ผสมผสานภาพถ่ายเก่าในเมืองสงขลา ที่จะกลายเป็นเสมือนเครื่องบันทึกประวัติศาสตร์และความทรงจำล้ำค่าของเมืองต่อไป
อย่างไรก็ดี งาน Design Week หรือ Design Festival ไม่ได้เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยใช้การออกแบบเป็นอาวุธสำคัญ ส่งเสริมให้เมือง ‘น่าอยู่ น่าลงทุน และน่าท่องเที่ยว’ เมื่อในระดับที่เล็กที่สุดอย่าง ‘ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ (Creative District) เกิดความเป็นอยู่ที่ดี เศรษฐกิจดีขึ้น ในระดับ ‘เมือง’(City) ก็จะดีขึ้นตามไปด้วย ภายใต้หัวใจสำคัญของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยที่การพัฒนาจะไม่จบแค่พื้นที่เล็ก ๆ แต่จะนำไปสู่การเชื่อมโยงถึงกันเป็นเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างย่านไปจนถึงระหว่างเมือง เพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์สู่การขับเคลื่อนจังหวัดต่าง ๆ ให้กลายเป็น ‘เมืองสร้างสรรค์’ ในเวทีโลกต่อไป
การจัดงาน “เทศกาลงานออกแบบปักษ์ใต้ 2566” หรือ “Pakk Taii Design Week 2023” เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับภาคีเครือข่ายของภูมิภาคใต้ โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดสงขลา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท., เอปสัน (ประเทศไทย), บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) พร้อมขยายผลต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมของภาคใต้ เพื่อสร้างการรับรู้สู่สาธารณชนในวงกว้าง สานต่อภารกิจการสร้างสรรค์องค์ความรู้ การสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของผู้คนและธุรกิจในย่าน ตลอดจนเป็นศูนย์กลางที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในพื้นที่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ข้อมูลเพิ่มเติม
เว็บไซท์ : https://www.pakktaiidesignweek.com
เฟสบุคแฟนเพจ : https://web.facebook.com/pakktaiidesignweek
เพจหาดใหญ่คอนเนกซ์ : https://web.facebook.com/hatyaiconnext