ตะลึงพบหม่อมหลวงตกยากวัย 77 ปี ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย จากเจ้าหญิงชีวิตสุขสบาย แต่บั้นปลายชีวิตแสนลำบากราวกับตกสวรรค์ อาศัยอยู่ในบ้านเก่าใกล้พังกับสามีพิการ
(11 ก.ค. 59 )ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา มีเรื่องราวเหมือนกับนิยายที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีศักดิดาเป็นถึงหม่อมหลวง และมีเชื้อพระวงศ์ในสายรัชกาลที่ 5 แต่ปัจจุบันชีวิตกลับผกผัน และตกอับอยู่ในบ้านเช่าเก่าซอมซ่อใกล้พังกับสามีที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และสุนัขอีก 2 ตัว และแทบไม่มีใครรู้เลยว่า ชีวิตจริงของหญิงคนนี้ในอดีตเป็นถึงหม่อมหลวง และอยู่ในรั้วในวัง มีชีวิตเหมือนกับเจ้าหญิงเลยทีเดียว

โดยหญิงรายนี้ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อของ ยายแต๋ว หรือชื่อตามบัตรประชาชน คือ หม่อมหลวง จีระจันทร์ เกษมศรี อายุ 77 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน เลขที่ 35 ซ.1 ถ.ปาดังเบซาร์ ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ปัจจุบันอาศัยอยู่กับ นายรื่น ประทุมมณี อายุ 76 ปี สามี หรือ ลุงรื่น ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ และต่อมลูกหมากโต เดินไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในบ้านเช่าภายในซอยถนนปาดังเบซาร์ สภาพเก่าทรุดโทรมใกล้พัง ซึ่งเพื่อนบ้านใจดีให้อยู่ฟรี และสภาพในบ้านแทบไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ มีเพียงทีวี ตู้เย็นเก่า และเครื่องครัวเล็กน้อยเท่านั้น โดยมีสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลชื่อแตงกวากับทาโร่ไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา
หม่อมหลวง จีระจันทร์ หรือ หม่อมแต๋ว หรือ ยายแต๋ว ที่ชาวบ้านเรียก ได้เล่าประวัติความเป็นมาชีวิตของตัวเองให้ผู้สื่อข่าวฟังคร่าวๆว่า เป็นลูกของ ม.ร.ว.จิราทิพย์ เกษมศรี และ นางมลุลี เกษมศรี ณ อยุธยา มีพี่น้องด้วยกัน 8 คน สมัยเด็กจำได้ว่า อาศัยอยู่ใน ซ.ใจสมาน 2 ข้างๆกับ ซ.ปรีดา ย่านนานาเหนือ นานาใต้ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ ซ.ทองหล่อ
แต่ชีวิตกลับผกผัน เมื่อครอบครัวต้องลี้ภัยทางการเมืองมาอยู่ที่บ้านคลองปอม ต.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปี 2500 ซึ่งตนอายุได้ประมาณ 18 ปี และแต่งงานกับลูกท่านขุนคนหนึ่ง โดยอยู่กินกันจนมีลูก 4 คน จากนั้นท่านพ่อท่านแม่ก็ย้ายไปอยู่อีกหลายแห่งในตำแหน่งแพทย์ตำบลในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ก่อนที่จะย้ายกลับขึ้นไปอยู่กรุงเทพฯทั้งหมด ส่วนตนใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.สงขลา กับครอบครัว
และชีวิตเริ่มผันแปรอีกครั้ง หลังจากที่ต้องแยกทางกับสามีคนแรก โดยเริ่มใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป ก่อนที่จะมาได้สามีใหม่ คือ นายรื่น ประทุมมณี หรือ ลุงรื่น ซึ่งมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง และขับรถรับจ้างขนส่งสินค้าที่ปาดังเบซาร์ และอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.สะเดา มาถึงปัจจุบัน และชีวิตเริ่มลำบากหนักขึ้นเมื่อ นายรื่น ล้มป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์เมื่อราว 10 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งไม่สามารถทำงานได้ ครอบครัวจึงลำบากเรื่อยมา เพราะ ตัวเองก็ไม่ได้มีอาชีพอะไร จนถึงปัจจุบันอาศัยเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท และเบี้ยคนพิการอีก 800 บาท รวมทั้งลูกสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ ก็ได้ส่งเสียมาให้บ้าง เพราะ ลูกอีก 3 คน ได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว
หม่อมแต๋ว บอกว่า ชีวิตในช่วงที่อยู่กรุงเทพฯ สะดวกสบายมาก ไปไหนมาไนก็จะมีรถรับส่ง และได้เรียนหนังสอ ต่างกับปัจจุบันราวฟ้ากับดินที่แทบจะนอนกลางดินกินกลางทราย แต่ก็ทำใจยอมรับกับชะตาชีวิตที่เป็นอยู่ หลังจากที่ท่านพ่อเสียชีวิตลง ก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกับญาติพี่น้องที่กรุงเทพฯอีกเลย มีเพียงหลานสาวคนเดียวที่อยู่หาดใหญ่ ซึ่งยังพอติดต่อกันได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรจากญาติพี่น้อง