ล่าสุดเมื่อเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.ค. 59 นายสาธิต ธรรมประดิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นางศิรินุช สวาสดิ์ธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา นายบุญพาศ รักนุ้ย นายอำเภอสะเดา เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สงขลา และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองสะเดา ได้เดินทางไปยังบ้านของหม่อมแต๋ว ซึ่งตั้งอยู่ในซอย 1 ถนนปาดังเบซาร์ เขตเทศบาลเมืองสะเดา เพื่อติดตามสภาพชีวิตและสอบถามเรื่องราวและความเป็นอยู่ของทั้งสองคนเพื่อให้การช่วยเหลือ สร้างความดีใจให้กับหม่อมแต๋ว และลุงรื่น เป็นอย่างมาก เบื้องต้นได้มอบเครื่องยังชีพและเงินจำนวนหนึ่งให้กับหม่อมแต๋วและลุงรื่นได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
นางศิรินุช สวาสดิ์ธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่าถึงความช่วยเหลือหม่อมแต๋วว่า เริ่มแรกจะให้การช่วยเหลือในเรื่องของเครื่องยังชีพและเงินเพื่อให้ทั้งสองคนได้ใช้ในชีวิตประจำวันไปก่อน ส่วนระยะยาวจะเป็นเรื่องที่อยู่อาศัยซึ่งภาคเอกชนได้บริจาคที่ดินและเงินเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้อยู่ฟรีซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างราว20 วันน่าจะแล้วเสร็จซึ่งอยู่ในในเขตเทศบาลเมืองสะเดา ไม่ไกลจากที่อยู่เดิม ซึ่งหากขาดเหลืออะไรทางเหล่ากาชาดสงขลาก็จะเติมเต็มให้ นอกจากนี้เป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพของทั้งสองท่านเนื่องอยู่ในวัยชราและมีปัญหาเรื่องสุขภาพซึ่งจะประสานกับสาธารณสุขให้ดูแลช่วยเหลือเป็นพิเศษ รวมถึงอาชีพซึ่งจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาฝึกอาชีพให้กับหม่อมแต๋วเท่าที่จะทำได้จากปรกติที่มีอาชีพรับนวดแผนโบราณอยู่แล้ว
ด้านหม่อมหลวงจีระจันทร์ กล่าวว่า ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือรวมทั้งน้ำใจคนไทยที่ช่วยบริจาคเงินผ่านบัญชีธนาคารเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพชีวิตดีขึ้นไม่ลำบากเหมือนก่อน ทั้งนี้หลังจากที่ปรากฏเป็นข่าวยังไม่ได้รับการติดต่อญาติพี่น้องแต่อย่างใดแต่ก็เข้าใจดีเพราะห่างกันมานาน และจะขอใช้ชีวิตที่อ.สะเดา ไปจนตายไม่คิดที่จะกลับไปอยู่กรุงเทพฯอีกแล้ว
อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องราวชีวิตของ หม่อมหลวงจีระจันทร์ เกษมศรี อายุ 77 ปี หรือหม่อมแต๋ว มีรายงานว่า ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยและได้สั่งการไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยประสานมายังผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือโดยด่วนที่สุด และทางจังหวัดได้ทำรายงานเรื่องนี้ส่งไปให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว

