นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า บุหรี่ของกลางทั้งหมดถูกตรวจยึดได้ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 58 ถึงเดือน มี.ค. 59 ซึ่งมีทั้งที่นำเข้ามามาจากพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นบุหรี่นำเข้าจากเกาหลี และถูกส่งมาทางพัสดุไปรษณีย์ลงมายังหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยบุหรี่หนีภาษีทั้งหมดสิ้นสุดคดี และรอให้เสื่อมสภาพครบเป็นเวลา 4 เดือน แล้ว จึงได้ส่งมอบให้สถานีพัฒนาที่ดินสงขลา เพื่อนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการทำน้ำหมักชีวภาพ และสารไล่แมลงศัตรูพืช เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่
นอกจากนี้ยังมีบุหรี่หนีภาษีที่ทางศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดได้ในระหว่างเดือน เม.ย-ก.ค. 59 อีกจำนวน 65 คดี มากกว่า 2 ล้านมวน ซึ่งได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว และรอให้เสื่อมสภาพครบ 4 เดือน ก่อนที่จะมีการส่งมอบให้หน่วยงานที่ร้องขอ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แทนการเผาทำลายที่จะก่อให้เกิดมลพิษ

