ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ส.ต.ข้วย พุทธปาน เพื่อนรัก พล.อ.เปรม และอดีตทหารกล้า
ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ส.ต.ข้วย พุทธปาน เพื่อนรัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองค์มนตรีและรัฐบุรุษ โดยมีผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เป็นประธาน ท่ามกลางความอาลัยรักของชาวสงขลา พร้อมกับเชิดชูเกียรติในวีรกรรมอันกล้าหาญที่มีต่อประเทศชาติ ที่เข้าร่วมรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 ส.ค. 59 ที่ศาลา 2 วัดสระเกษ อ.เมือง จ.สงขลา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ ส.ต.ข้วย พุทธปาน อายุ 97 ปี หรือ ลุงข้วย เพื่อนรัก และเพื่อนสนิทของ ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่จากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา ด้วยอาการปอดติดเชื้อ และถือเป็นการปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ของคำว่า “เพื่อนไม่มีชนชั้น” ระหว่างคนหนึ่งที่เป็นนายกรัฐมนตรี กับอีกคนที่เป็นเพียงแค่ชายปั่นสามล้อมรับจ้างที่หาเช้ากินค่ำธรรมดาๆเท่านั้น
โดยบรรยากาศในพิธีเป็นไปอย่างเรียบง่าย และมีบุคคลสำคัญในจังหวัด เช่น นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และ ดร.ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ ประธาน ป.ป.ช. สงขลา รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนทั่วไปที่รักลุงข้วย มาร่วมพิธี และแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้ายจำนวนมาก
ซึ่งนอกจากจะมีการทำพิธีทางศาสนาแล้ว ทางสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตสงขลา ยังได้จัดพิธีทางทหาร เพื่อเชิดชูเกียรติ และสดุดีในวีรกรรมอันกล้าหาญของ ส.ต.ข้วย หรือ ลุงข้วย ซึ่งเป็นทหารผ่านศึกสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือ สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยการยืนสงบนิ่ง เพื่อเป็นการไว้อาลัยดวงวิญญาณของ ส.ต.ข้วย เป็นเวลา 1 นาที พร้อมกับมอบเงินอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือครอบครัว
ด้าน น.ส.กรชลี พุทธปาน อายุ 55 ปี ลูกสาวคนเดียวของ ลุงข้วย ได้กล่าวถึง พล.อ.เปรม แทนผู้เป็นพ่อสั้นๆว่า ขอขอบคุณ พล.อ.เปรม ที่ดูแลครอบครัวมาตั้งแต่พ่อยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย ซึ่งครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก
สำหรับ ส.ต.ข้วย หรือ ลุงข้วย นั้น นอกจากจะเป็นผู้สร้างตำนาน “เพื่อนไม่มีชนชั้น” ระหว่างเพื่อนที่เป็นถึงนายกรัฐมนตรี กับอีกคนที่เป็นเพียงชายที่มีอาชีพปั่นสามล้อรับจ้าง จากเหตุการณ์ที่ พล.อ.เปรม ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี และลงมาปฏิบัติภารกิจที่วัดดอนรัก อ.เมือง จ.สงขลา ลุงข้วยก็ไปยืนรอต้อนรับเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป
แต่เมื่อ พล.อ.เปรม เดินผ่านมา และเห็นก็ตรงเข้ามาหาและพูดทักทายเป็นภาษาใต้ ลุงข้วย จึงยกมือไหว้ แต่ พล.อ.เปรม พูดกลับไปว่า “ข้วย ไหว้เราทำไม เราเป็นเพื่อนกันนะ” ลุงข้วยจึงตอบกลับไปว่า “ผมไหว้นายกรัฐมนตรี แต่ถ้าเป็นนายเปรม ผมไม่ไหว้” และทั้ง 2 คน จึงสวมกอดกันด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางความปลาบปลื้มของคนทั้งวัด

นอกจากนี้ ลุงข้วย ยังเคยเป็นทหารกล้า ซึ่งจากประวัติทางทหาร ส.ต.ข้วย เป็นทหารผ่านศึกสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือ สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเข้ารับราชการทหารเป็นทหารกองประจำการ เหล่าทัพทหารบก หมายเลขประจำตัวทหาร 186601216 เริ่มรับราชการเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2484 สังกัดกองพันทหารราบที่ 41 สวนตูล ค่ายพระปกเกล้าในปัจจุบัน
และเคยร่วมรบเพื่อต่อต้านกองกำลังทหารญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2884 โดยได้ตั้งจุดสกัดกองกำลังทหารญี่ปุ่นบริเวณหาดเก้าเส้ง สามแยกสำโรง เมืองสงขลา ทำให้กองกำลังทหารญี่ปุ่นได้รับความเสียหายจำนวนมาก และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทนกล้าหาญ และเสียสละ ทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายบรรลุตามวัตถุประสงค์ของทางราชการทุกประการ
ก่อนที่จะปลดประจำการเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2488 รวมระยะเวลาที่รับราชการจำนวน 4 ปี และยังได้รับพระราชทานบัตรเหรียญชัยสมรภูมิ (เอเชียบูรพา) และ บัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ 2 อีกด้วย



