ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ นิตยวิมล รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ซึ่งควบคุมการสอบสวนคดีนี้ ได้แถลงถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า คดีนี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของ อส.อำเภอหาดใหญ่ ที่ตั้งจุดตรวจบนถนนสายควนเนียง-ทุ่งปรือ ต.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ และพบรถต้องสงสัยขับผ่านมา ก่อนที่พยายามขับหลบหนี เจ้าหน้าที่ อส. จึงได้ขับรถไล่ติดตามจับกุม และใช้อาวุธปืนยิงใส่รถ เพื่อสกัดไม่ให้หลบหนี แต่กระสุนพลาดไปถูกคนขับจนรถพลิกคว่ำ ทำให้คนขับเสียชีวิต ส่วนภรรยาและลูกอีก 2 คน ปลอดภัย

พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ หลังเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวน และ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 3 ปลอก ตกอยู่ในบริเวณจุดที่รถพลิกคว่ำ และภายในรถยังพบร่องรอยของกระสุนที่บริเวณพนักพิงศีรษะด้านคนขับ ซึ่งมีรอยกระสุนเข้าและออกจำนวน 1 นัด รวมทั้งพบใบกระท่อมจำนวน 35 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในยางอะไหล่รถยนต์ด้วย และผลการชันสูตรศพของแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ยืนยันชัดเจนว่า เสียชีวิต เพราะ ถูกกระสุนปืน
สำหรับการดำเนินการคดีนี้ทางพนักงานสอบสวน จะแยกเป็น 2 คดี คือ คดีที่เกี่ยวกับยาเสพติดที่พบพืชกระท่อมในรถ ซึ่งจะดำเนินคดีฐานมียาเสพติดประเภท 5 (พืชใบกระท่อม) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ส่วนอีกคดี คือ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดถูกยิงเสียชีวิน ก็จะต้องแจ้งข้อหากับอีกฝ่าย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ในข้อฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ พยายามฆ่าผู้อื่น

ด้าน นายทวีวุฒิ สังข์ศิริ นายอำเภอหาดใหญ่ ได้เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ทางฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว ซึ่งคาดว่า จะแล้วเสร็จ และได้ข้อสรุปภายใน 2 วัน ว่ าการปฏิบัติหน้าที่ของ อส. คนดังกล่าว ทำตามยุทธวิธี หรือทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ซึ่งการสอบสวนทุกอย่างจะอยู่บนพื้นที่ฐานของความถูกต้อง และยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบว่า ผิดจริง ก็จะมีมาตรการดำเนินการทางวินัยการปกครอง และทางกฎหมายบ้านเมืองอยู่แล้ว
นายอำเภอหาดใหญ่ กล่าวอีกว่า ตนยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ อส. ทุกนายนั้น ตั้งใจทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งด้านความมั่นคง และยาเสพติด แต่จากพฤติกรรมของรถกระบะคันดังกล่าว ซึ่งเมื่อมาถึงจุดตรวจได้ขับรถหลบหนี และป้ายทะเบียนเป็นป้ายของ จ.นราธิวาส รวมทั้งเวลาย่ำรุ่ง ทุกอย่างจึงทำให้เกิดข้อสงสัยได้ว่าผิปกติ ทั้งพฤติกรรม สภาพรถ และช่วงเวลาเกิดเหตุ โดยไม่มีใครทราบว่า ภายในรถมีใครบ้าง จึงได้ติดตามจับกุมตามยุทธิวิธี โดยการพยายามยิงที่ล้อ แต่วิถีการยิง ซึ่งอยู่บนท้ายรถกระบะนั้น อาจจะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ เพราะ รถกระบะคันนี้ ก็พยายามปาดหน้ารถของเจ้าหน้าที่ด้วย จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

