
ปี 2555 หาดทิพย์ได้มีการขยายฐานการผลิต โดยก่อสร้างโรงงานแห่งที่สองที่ พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ในระหว่างการก่อสร้างโรงงานนั้น พบว่าบริเวณที่ตั้งเป็นพื้นที่ลุ่มได้รับผลกระทบน้ำท่วม จึงมีการปรับพื้นที่ถมดินให้สูงขึ้น เพื่อสร้างอาคาร แต่พบปัญหาการกัดเซาะหน้าดิน ดังนั้น ร้อยตรี ไพโรจน์ รัตตกุล กรรมการผู้จัดการ จึงได้หาแนวทางการแก้ปํญหา โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เรื่องการปลูกหญ้าแฝก “พันธุ์สุราษฎร์ธานี” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกในภาคใต้และกอแฝกมีพุ่มใบยาวตั้งตรงสูง รากหยั่งลึก 100-300 เซนติเมตร จำนวน 179,200 ต้น ตามแนวพื้นที่ลาดชัน รอบคันบ่อบำบัดน้ำเสีย จนถึงปัจจุบันปลูกแล้วจำนวน 1,120,400 ต้น ในพื้นที่ 300 ไร่ โดยมีการขยายพื้นที่ในการปลูกไปรอบๆโรงงาน และโรงงานหาดใหญ่ รวมทั้งชุมชนรอบข้างโดยการให้ความรู้ เทคนิคการนำหญ้าแฝกมาทำเป็นเครื่องใช้สอย เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับชุมชน ซึ่งถือเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประการสำคัญคือการที่บริษัทฯ เป็นภาคเอกชนหน่วยงานแรก ที่ได้รับรางวัลพระราชทานฯ “หญ้าแฝกทองคำ” นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างล้นพ้น มาสู่ชาวหาดทิพย์ทุกคน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนต้นกล้า คำแนะนำวิธีปลูก การดูแลรักษา จากสถานีพัฒนาที่ดิน จ.สุราษฎร์ธานี อย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน
พลตรีพัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ได้กล่าวว่า “การอนุรักษ์ดิน น้ำ และการรักษาสภาพแวดล้อมแล้ว เราจะมีโครงการที่จะร่วมมือกับชุมชนในพื้นที่ เพื่อต่อยอดโดยการนำหญ้าแฝกไปเป็นวัตถุดิบในการทำหัตถกรรมพื้นบ้าน โดยบริษัทฯจะหาผู้ออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า และหาตลาดให้กับสินค้าที่ผลิตจากชุมชนนี้ต่อไป เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนในรูปแบบของการพัฒนาที่พอเพียงและยั่งยืน กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ อีกครั้ง ที่ได้กรุณามาเยี่ยมชมโครงการของเราในวันนี้ และขอขอบพระคุณบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่ได้จัดงาน “มหกรรมเครือข่ายคนรักษ์แฝก” ซึ่งทำให้เกิดการรับรู้และ การตื่นตัวในประโยชน์ของหญ้าแฝกต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น และขอขอบพระคุณหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน กปร. , เครือข่ายคนรักษ์แฝก, กรมพัฒนาที่ดิน , จังหวัดสุราษฎร์ธานี , กรมอุทยาน-แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมทางหลวง, และเจ้าหน้าที่โครงการฯ-ทุกท่าน ที่ได้มีส่วนร่วมในการดำรงความมุ่งมั่นที่จะน้อมนำแนวพระราชดำริไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงต่อการพัฒนาแบบยั่งยืนเพื่อลูกหลานของคนไทยต่อไปในอนาคต”



