อย่างไรก็ตามโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคที่ได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ ผู้ที่เข้าข่ายเฝ้าระวังอาจได้รับการตรวจโดยการเจาะเลือด เก็บปัสสาวะ ในกรณีที่ป่วยมายังไม่ถึง 7 วัน หากป่วยนานกว่า 7 วัน จะตรวจเฉพาะปัสสาวะ เนื่องจากเชื้อไวรัสซิก้าสามารถอยู่ในเลือดได้แค่ 7 วัน ตั้งแต่วันเริ่มป่วย ต่อจากนั้นเชื้อจะตรวจพบในปัสสาวะได้ต่อไปอีก 1 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไข้ต่ำๆ มีผื่นแดงขึ้นตามตัว ตาแดง ปวดข้อ ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวให้รีบมาพบแพทย์
การติดต่อของโรคนี้เกิดจากการถูกยุงลายที่มีเชื้อกัด คล้ายกับโรคไข้เลือดออก ซึ่งไม่สามารถติดต่อทางลมหายใจหรือจากการสัมผัสทั่วไป ดังนั้นการป้องกันที่สำคัญที่สุด คือ การป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด ส่วนการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบว่ามีรายงานในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานการติดเชื้อไวรัสซิกาผ่านทางเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามผู้ที่เคยติดเชื้อ หากมีเพศสัมพันธ์ควรป้องกันโดยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
สำหรับหญิงตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังไม่ให้ถูกยุงกัด เนื่องจากมีรายงานในต่างประเทศว่าการติดเชื้อไวรัสซิกาอาจทำให้ทารกแรกเกิดมีความผิดปกติเกิดภาวะศีรษะเล็กได้ โดยเฉพาะการติดเชื้อใน 3-6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม หญิงตั้งครรภ์พึงระมัดระวังสาเหตุอื่นๆ ที่อาจทำให้ทารกเกิดความพิการได้ เช่น การสัมผัสสารเคมี การติดเชื้อไวรัส ติดเชื้อปรสิต การใช้สารเสพติด เป็นต้น ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับการฝากครรภ์ และติดตามตลอดการตั้งครรภ์ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ตรวจพบว่ามีการติดเชื้อไวรัสซิกานั้น จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยสูตินรีแพทย์ เพื่อทำการตรวจวัดขนาดศีรษะของทารกในครรภ์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งทารกที่เกิดหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไม่ได้เกิดภาวะศีรษะเล็กทุกราย ดังนั้น คนรอบข้างจะต้องคอยดูแลและเป็นกำลังใจตลอดการตั้งครรภ์ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ข่าวโดย พรรณภัทร ประทุมศรี
นักวิชาการเผยแพร่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา
