นายอำเภอเทพา เปิดเผยว่าการช่วยเหลือประชาชนที่มีฐานะยากจนในด้านที่อยู่อาศัย อำเภอเทพาได้รับงบประมาณจำนวน 350,000 บาท และได้จัดสรรโดยการแบ่งให้ตำบลละ 50,000 บาทเพื่อสร้างบ้านประชารัฐ ตำบลละ 1 หลัง ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวไม่เพียงพอแน่นอนสำหรับบ้าน 1หลัง จึงได้ของบสนับสนุนจากโครงการตำบลสันติธรรมตำบลละ 30,000 บาท และได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตำบลละ 40,000 บาท รวม 120,000 บาทต่อ 1 หลังสำหรับใช้เป็นค่าวัสดุก่ีอสร้าง
และกฟผ.ยังสนับสนุนเพิ่มเติมในส่วนของค่าจัดเลี้ยงอาหารสำหรับเจ้าหน้าอาสามัครรักษาดินแดน ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยงานด้านด้านต่างๆ อีก 20,000 บาท โดยบ้านแต่ละหลังใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1เดือน ส่วนหลักเกณฑ์การคัดลือกครอบครัวที่จะได้รับความช่วยเหลือนั้น ต้องเป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจน ที่อยู่อาศัยไม่สมบูรณ์ และที่สำคัญคนในครอบครัวต้องเป็นบุคคลที่มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด
สำหรับนายอับดุลเลาะ บาราฮิง ผู้ได้รับการคัดเลือกของตำบลท่าม่วง มีสมาชิกครอบครัวรวม 7 คนเป็นบุตร 5 คนที่อยู่ในวัยเรียน แม้บ้านจะอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมไม่มีประตูแต่นายอับดุลเลาะ ยังคงสละเวลาส่วนตัวในการช่วยเหลืองานสังคมในพื้นที่อยู่เสมอ รวมถึงทำหน้าที่อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมูบ้านหรือชุด ชรบ.อีกด้วย จึงได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้
[video-0]
ทางด้านนายวีระชัย ยอดเพชร หัวหน้าโครงการเตรียมงานพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพา กล่าวว่าหลังจากนายอำเภอเทพาได้ขอคำปรึกษาในการสร้างบ้านประชารัฐแต่งบประมาณไม่เพียงพอ กฟผ.ในฐานะหน่วยงานของรัฐจึงเล็งเห็นความสำคัญของโครงการดังกล่าวจึงได้มีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ หลังจากนี้จะมีการทยอยมอบบ้านประชารัฐให้กับประชาชนทั้ง 7 ตำบลของเทพา โดย กฟผ.ยืนยันว่าพร้อมเคียงข้างสังคมและสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง
ส่วนนายอับดุลเลาะ บาราฮิง ผู้ได้รับการคัดเลือกของตำบลท่าม่วงในการรับมอบบ้านประชารัฐ กล่าวว่ารู้สึกดีใจจนพูดไม่ออกที่ได้รับการช่วยเหลือการสร้างบ้านในครั้งนี้ และขอทุ่มเททำงานเพื่อครอบคัรวและงานส่วนรวมต่อไปเหมือนเช่นที่ทำมาตลอด โดยในวันนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ มอบสิ่งของช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่นายอับดุลเลาะ และครอบครัวพร้อมด้วยการจัดเลี้ยงขนมจีนแก่ผู้ร่วมงานทุกคนอีกด้วย







