นายคุรุจิต นาครทรรพ กล่าวภายหลังการลงพื้นที่และรับฟังการนเสนอข้อมูลด้านต่างๆ ว่าภาคใต้ยังมีความจำเป็นในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ด้วยการเติบโทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปีล่าสุดความต้องการใช้ไปสูงถึง 2.7 พันเมกกะวัตต์ ขณะที่กำลังการผลิตไฟฟ้่าทั้งภาคอยู่ที่ 3พันเมกกะวัตต์ซึ่งถือว่าเสียง กระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดเทพา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยต่อชุมนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการดูแลชุมชนซึ่งเป็นสิ่งที่ กฟผ.ให้สำคัญเป็นอันดับต้นอยู่แล้ว
เมื่อมีโรงไฟไฟ้าเกิดขึ้นสิ่งที่ตามมาคือการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ในชุมชน มีกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าที่จะแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งคืนสู่ชุมชน รวมถึงมีการจัดแบ่งพื้นที่บางส่วนของโรงไฟฟ้าเพื่อให้ชุมชนได้มาใช้ประโยชน์ร่วมกันอีกด้วย
ด้านว่าที่พันตรี อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กล่าวเพิ่มเติมว่า กฟผ.ให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก ทุกกระบวนการทำงานของโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดจะได้รับการควบคุมตามมาตรฐานสากล การใช้เทคโนโลยีระบบปิดที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
ส่วนของนายวีระชัย ยอดเพชร หัวหน้าโครงการเตรียมงานพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพา กล่าวเสริมว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าเทพา เราให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจกับชุมชนในทุกด้าน การดูแลผู้ได้รับผลกระทบให้ได้รับการเยียวยาที่ดีที่สุด รวมถึงการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับผู้เห็นต่างซึ่งวันนี้หลายคนเริ่มมีความเข้าใจ เริ่มให้ความเชื่อมั่นและเปลี่ยนมาสนับสนุนให้มีการเกิดขึ้นของโรงไฟฟ้าเทพามากขึ้นแล้ว
[video-0]



