ปลื้มปีติ ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ระโนด
ชาวบ้านปลื้มปีติ! ในหลวง รัชกาลที่ 10 พระราชทานถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ขณะที่พระสงฆ์ล่องเรือลุยน้ำนำถุงยังชีพเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในหลายชุมชน สรุปพื้นที่ 4 อำเภอ ริมทะเลสาบสงขลา ยังคงถูกน้ำท่วมสูง และอยู่ในสภาพติดเกาะ ต้องกินอยู่ในน้ำ

วันที่ 8 ธ.ค. 59 ที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 อำเภอ ริมทะเลสาบสงขลา ที่ถูกน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบปีนี้ ล่าสุด ทาง พ.ต.ท.พิภพ พรหมยก รองผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ค่ายรามคำแหง ได้นำถุงยังชีพพระราชทานของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มามอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านผักกูด ม.4 ต.บ้านใหม่ อ.ระโนด จ.สงขลา จำนวน 200 ครัวเรือน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมหนักที่สุดของ อ.ระโนด
โดยมีทั้งชาวบ้านที่เดินลุยน้ำออกมารับถุงยังชีพด้วยตัวเอง และเจ้าหน้าที่ล่องเรือไปมอบให้ถึงบ้านทุกคน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย และบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้น ยังความปลื้มปีติให้แก่ราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วมเป็นล้นพ้น หลังจากที่ต้องประสบภัยน้ำท่วมมานานหลายวัน และขณะนี้สภาพบ้านเรือนยังคงถูกน้ำจากทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
นอกจากนี้ยังมีพระสงฆ์ ซึ่งเป็นคณะธรรมทูตอาสาจากยะลา และพระสงฆ์ใน อ.ระโนด จ.สงขลา และจาก จ.สตูล นำถุงยังชีพ ทั้งข้าวสาร และอาหารแห้ง ล่องเรือ และเดินลุยน้ำออกช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนหัวเค็ด เขตเทศบาลเมืองระโนด จ.สงขลา ที่อยู่ในสภาพติดเกาะ และออกมาไม่ได้ เนื่องจากน้ำยังท่วมสูงเกือบ 1 เมตร
ขณะที่ชาวบ้านอีกนับร้อยครัวเรือนทั้งในชุมชนหัวเค็ด และชุมชนที่อยู่ริมคลองระโนด รวมทั้งพระสงฆ์ในวัดสีหยัง ก็ยังใช้ชีวิตกินอยู่กับน้ำต่อเนื่องมาหลายวัน จากสภาพน้ำยังท่วมขัง และลดระดับลงช้ามาก เพราะ น้ำในทะเลสาบสงขลายังหนุนสูง เช่นเดียวกับพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาอีก 3 อำเภอ ทั้ง อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ และ อ.สิงหนคร ซึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากทะเล เพราะ ยังมีน้ำท่วมตลอดแนวชายฝั่งทะเลสาบสงขลา
ทางด้านสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา สรุปสถานการณ์น้ำท่วมของ จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 1-7 ธ.ค. 59 มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 10 อำเภอ คือ อ.เมือง นาหม่อม สะบ้าย้อย หาดใหญ่ สะเดา ระโนด สิงหนคร กระแสสินธุ์ สทิงพระ และ อ.ควนเนียง ชาวบ้านเดือดร้อน 24,246 ครัวเรือน จำนวน 81,319 คน อพยพราษฎร 232 ครัวเรือน รวม 455 คน เสียชีวิต 2 ราย





