Gimyong Logo

แหล่งข่าวสารและบทความสำหรับชาวหาดใหญ่-สงขลา

© 2005 - 2026 เว็บกิมหยง • สงวนลิขสิทธิ์
บันทึกการเปลี่ยนแปลงv20.61นโยบายความเป็นส่วนตัว
Gimyong Logo
หน้าแรกเว็บบอร์ดกิจกรรมหางานข่าวสาร
เข้าสู่ระบบ
หน้าแรกเว็บบอร์ดกิจกรรมหางานข่าวสาร
เข้าสู่ระบบ

นายอำเภอขรรค์ชัย กัมพลานนท์ ตำนานวีรบุรุษของชาวสะเดา

คอลัมน์แนะนำ
14 ธ.ค. 2559

ชีวประวัติของนายอำเภอขรรค์ชัย กัมพลานนท์  

31.jpg



นายขรรค์ชัย กัมพลานนท์ เป็นลูกชายคนแรกของนายสาย และ นางส้มจีน เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2461 ที่บ้านในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช   แต่ต้องกำพร้าแม่ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ในวัยเด็กท่านเป็นเด็กเรียบร้อย อยู่ในโอวาท ว่านอนสอนง่าย และขยันหมั่นเพียรในการศึกษาเล่าเรียน มีความกตัญญูกตเวที รักพี่น้อง 

แม้ขณะที่ท่านไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ฯ หรือไปรับราชการห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน ก็ยังหมั่นกลับบ้านเพื่อเยี่ยมพ่อและญาติพี่น้องอยู่เป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่สมัยนั้นการเดินทางยากลำบากมาก    ท่านนายอำเภอขรรค์ชัย มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ดังนี้ 
1. เด็กหญิง ส่อง (ถึงแก่กรรมในวัยเด็ก)
2. นางละมุน อัครกุล    
3. นายขรรค์ชัย กัมพลานนท์  และมีน้องต่างมารดา อีก 5 คน ดังนี้
1. พ.ต.อ. ธำรง กัมพลานนท์   
2. นายสุธน กัมพลานนท์
3. น.อ. สุทิน กัมพลานนท์
4. ร.ท. ณรงค์ กัมพลานนท์ ร.น.   
5. นายนิพัทธ์ กัมพลานนท์   

  ด้านการศึกษาเล่าเรียน
เริ่มเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดมเหยงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
เรียนชั้นมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช 
(ปัจจุบันคือ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ)
เรียนชั้นเตรียมอุดมศึกษา ที่โรงเรียนวังบูรพา
เรียนระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง (ปัจจุบัน คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) สำเร็จการศึกษา ได้วุฒิ ธ.บ.

  การรับราชการ
 เป็นเสมียนกระทรวงมหาดไทย 
 เป็นประจำแผนกพนักงานเทศบาล กองควบคุมเทศบาล กรมมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย 
 เป็นปลัดอำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร
 เป็นนายอำเภอครั้งแรกที่อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช 

เป็นนายอำเภอสะเดา เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2493 
นับแต่ท่านได้มาเป็นนายอำเภอสะเดาชาวสะเดารู้สึกภาคภูมิใจ เพราะท่านได้ปฏิบัติราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รักความยุติธรรมจนเป็นที่รักใคร่ และไว้วางใจของผู้บังคับบัญชา และเป็นที่เคารพรักนับถือของผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดถึงประชาชนชาวบ้านทั่วไป นอกจากการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแล้ว ท่านยังสนใจเรื่องการศึกษาของเยาวชนระดับมัธยมเป็นอย่างยิ่ง 

โดยได้เริ่มจะให้มีโรงเรียนมัธยมในอำเภอสะเดาแต่ความหวังความตั้งใจยังไม่ทันบรรลุผลท่านก็จากพี่น้องชาวสะเดาไปอย่างกะทันหัน เนื่องจากถูกพวกโจรจีนคอมมิวนิสต์ลอบยิงขณะท่านไปราชการที่ ชายแดนไทย-มาเลเซีย(ด่านจังโหลน) พร้อมกับ ร.ต.อ. ชัย ชวนเจริญ นายตำรวจสันติบาลและพลตำรวจอีก 4 นาย  ท่านได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตระหว่างทางขณะถูกนำส่งโรงพยาบาลสงขลา เมื่อ 14 ธันวาคม 2495

เกี่ยวกับงาน ... ท่านนายอำเภอขรรค์ชัย มักจะเปรยกับผู้ใกล้ชิด เสมอๆ ว่า "งานที่เขาสั่งวันนี้อยากจะทำเสียให้เสร็จตั้งแต่เมื่อวาน"  และท่านได้กล่าวตอนหนึ่ง ขณะที่กำลังประชุมข้าราชการอำเภอและพนักงานทั่วไป เนื่องในโอกาสมารับตำแหน่งนายอำเภอสะเดาได้ใหม่ๆ ท่านพูดว่า "ข้าพเจ้าจะปกครองลูกน้องเหมือนอย่างต้นกล้วย กล้วยนั้นยืนต้นอยู่จนมีลูก พอเขาต้องการลูกเมื่อใดต้นกล้วยก็ตายเมื่อนั้น....." 
                                   
"นิโรจน์ ขาวมาก"    รวบรวม / เรียบเรียง

      

นายอำเภอของเรา 


จากการสอบถามเด็ก ๆ วัย ๑๒ - ๑๓ ปี เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ทำให้ทราบว่า ตั้งแต่ทางราชการได้ย้าย นายขรรค์ชัย กัมพลานนท์ ชายไทยวัย ๓๒ ปี ผู้มีวุฒิปริญญาธรรมศาสตร์บัณฑิต (ธ.บ.) จากรั้วเหลืองแดง "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง" จากตำแหน่งนายอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช มาดำรงตำแหน่ง นายอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๔๙๓ ทำให้พี่น้องชาวสะเดามีความอบอุ่นใจ รู้สึกปลอดภัยกันทุกถ้วนหน้า 

สภาพท้องที่โดยทั่วไปของอำเภอสะเดาในขณะนั้นเป็นดินแดนทุรกันดาร การไปมาติดต่อระหว่างหมู่บ้านระหว่างตำบลหรือระหว่างอำเภอเป็นไปด้วยความยากลำบาก สมัยนั้นมีรถสองแถวซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่ารถหลอหลี วิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างสะเดา-หาดใหญ่ เพียงสองคันเท่านั้น คือคันที่มีเลขทะเบียน สข ๑๔๔ กับ สข ๕๙๙

การตัดสินใจ คือ หัวใจของการบริหาร การจัดพัฒนางานด้านใด ๆ ก็ต้องมีข้อมูลด้านนั้น ๆ อย่างถูกต้องและเชื่อถือได้เพื่อใช้ประกอบการ พิจารณาตัดสินใจ

ตอนแรก ๆ ดูออกจะเป็นเรื่องแปลกมากสำหรับชาวบ้านทั่วไป ที่ได้เห็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับนายอำเภอ เที่ยวตะลอน ๆ และเยี่ยมเยียนพี่น้องชาวบ้านตามหมู่บ้านต่าง ๆ อย่างไม่เป็นทางการในตอนเช้าตรู่และยามเย็น ๆ เพราะไม่เคยเห็นอย่างนี้มาก่อน เสียงกรอกแกรก ๆ จากรถถีบคันเก่า ๆ ที่ท่านนายอำเภอขรรค์ชัย ใช้ในการเดินทางแวะเวียนไปพูดคุย ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบกับพี่น้องชาวบ้าน หรือสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ จากเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน "บ้านนี้เขาทำอะไร..." "บ้านหลังนั้นเขาอยู่กันกี่คน...จบ ป. ๔ แล้วไปเรียนต่อบ้างไหม......." แต่พอนานเข้าก็กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะว่านายอำเภอขรรค์ชัย ท่านได้ทำเป็นปกติวิสัย

ครั้งหนึ่ง ในตอนเช้าเมื่อท่านนายอำเภอขรรค์ชัยขี่รถถีบไปถึงบ้านระตะ ท่านก็เห็นเด็กชายคนหนึ่งกำลังตักข้าวให้หมูอยู่ ท่านถามเด็กชายคนนั้นด้วยภาษาใต้ว่า เธอชื่ออะไร เด็กชายคนนั้นตอบด้วยเสียงเรียบ ๆ ว่า ชื่อประสิทธิ์ ทองคำ ครับ แล้วท่านก็พูดว่า มา..ให้น้าช่วยบ้าง ว่าแล้วท่านก็ลงมือช่วยเด็กชายประสิทธิ์ ทองคำ ตักข้าวให้หมูทันที แล้วคุยกันไปทำงานกันไปอย่างสนุก เป็นกันเอง เธอจบชั้นไหน "ปอสี่ครับ"ทำไมไม่เรียนต่อ "โรงเรียนอยู่ไกลครับ"

คำว่า โรงเรียนอยู่ไกล ที่ท่านนายอำเภอขรรค์ชัยได้รับทราบจากเด็กที่จบป. ๔ แล้วจำนวนหลายคน รวมทั้งผู้ปกครองทั้งหลายที่อยากได้บุตรหลานได้มีโอกาสเรียนต่อในชั้นที่สูงขึ้นแต่ก็ไม่สามารถจะกระทำได้ต่อเนื่องจากไม่มีกำลังทรัพย์เพียงพอ ถ้าอำเภอสะเดาเรามีโรงเรียนมัธยม เด็ก ๆ ย่อมมีโอกาสได้เรียนต่อชั้นสูงขึ้นแน่และผู้ปกครองก็คงไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทองค่าใช้จ่ายมากนักทั้งไม่ต้องลำบากใจเพราะเป็นห่วงเป็นใยในความรักลูกหลานเนื่องจากโรงเรียนอยู่ใกล้บ้าน

นี่คือคำปราถนาดีที่อดีตนายอำเภอขรรค์ชัยผู้เป็นขวัญใจของชาวสะเดา กล่าวกับผู้ใกล้ชิดและกำนันผู้ใหญ่บ้านเสมอ ๆ
สมัยนั้นเด็ก ๆ ที่เรียนจบชั้นป. ๔ แล้ว หากจะเรียนต่อก็ต้องไปเรียนที่ในตัวเมืองสงขลา การพูดคุยเป็นไปอย่างสนุกสนานกับน้าชายผู้ใจดีและเป็นกันเองเหมือนน้าจริง ๆ ในวันนั้น เด็กชายประสิทธิ์ ทองคำ (ปัจจุบัน คือ พระครูพิทักษ์นิมพเขต เจ้าอาวาสวัดพังลา เจ้าคณะอำเภอสะเดา ไม่ทราบเลยว่าเป็นนายอำเภอสะเดา และแล้วเย็นวันหนึ่ง ท่านนายอำเภอขรรค์ชัย ก็ขี่รถถีบคันเก่าซึ่งมีเสียงกรอกแกรก ๆ เป็นเอกลักษณ์ พอไปถึงบ้านระตะก็เข้าไปพูดคุยกับพี่น้องชาวบ้านและเด็ก ๆ ขณะที่เด็กชายประสิทธิ์ ทองคำ ลูกยายแก้ว-ตาคงกำลังรดน้ำผักอยู่ท่านนายอำเภอขรรค์ชัยก็เอาหนังสือที่ท่านนำติดตัวไปด้วยให้เด็กชายประสิทธิ์อ่านให้ฟัง วันนั้นท่านชมเด็กชายประสิทธิ์ว่า เธออ่านคล่องจัง พร้อมกับยื่นเงินให้เป็นรางวัล 

ทุกครั้งที่นายอำเภอขรรค์ชัย กัมพลานนท์ ออกเยี่ยมพี่น้องตามหมู่บ้านต่าง ๆ ท่านจะตั้งคำถาม หรือไม่ก็เอาหนังสือที่ท่านเตรียมไปให้เด็ก ๆ อ่านให้ฟังแล้วท่านจะให้เงินเป็นรางวัล จึงทำให้เด็ก ๆ เตรียมตัวเตรียมใจอย่างจดจ่อและเฝ้ารอนายอำเภอเพื่อที่จะได้ตอบคำถามและอ่านหนังสือเอาเงินรางวัลกันเกือบทุกหมู่บ้านหลังจากวันนั้นท่านนายอำเภอขรรค์ชัยไปเยี่ยมพี่น้องชาวบ้านแห่งบ้านระตะอีก 

ท่านได้นำภาพจำนวน ๓ ภาพไปให้เด็กชายประสิทธิ์ดูแล้วให้ตอบว่าเป็นรูปภาพอะไรบ้าง ปรากฏว่า เด็กชายประสิทธิ์ตอบถูกหมดทั้ง ๓ ภาพ คือ ภาพพระราชวังบางปะอิน พระปรางค์สามยอด และภาพพระพุทธชินราช แล้วเด็กชายประสิทธิ์ก็ได้รับเงินเป็นของรางวัลพร้อมกับคำชมเชยจากท่านนายอำเภอขรรค์ชัย ด้วยความภาคภูมิใจและเกิดความคิดอยู่ในใจเสมอมาว่า การเป็นคนมีความรู้นี่เป็นสิ่งดีนะ..ได้ทั้งคำยกย่องและเงินรางวัล 

ครับ เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้างต้นนี้ทำให้เราทราบว่านายอำเภอของเราเป็นนักบริหารสมัยใหม่ ท่านใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ และข้อมูลนั้นต้องเชื่อถือได้ ท่านจึงต้องลงไปหา ลงไปคลุกคลีกับแหล่งข้อมูล ไม่ใช่นั่งอยู่แต่ในห้อง เพื่อรอฟังรายงานจากลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาเพียงอย่างเดียวอีกประการหนึ่งชี้ให้เห็นว่า ท่านให้ความสนใจและความสำคัญต่อการศึกษาของเยาวชนของชาติเป็นอย่างมากด้วย

ความหวังความตั้งใจของนายอำเภอขรรค์ชัยที่จะพัฒนาสะเดาให้เจริญก้าวหน้าซึ่งผู้ใกล้ชิดนายอำเภอขรรค์ชัยได้รับรู้จากคำปรารภของท่านเสมอ ๆ ต้องสะดุดลงเนื่องจากท่านถูกโจรจีนคอมมิวนิสต์ซุ่มโจมตี และยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๔๙๕ 

เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของท่านนายอำเภอขรรค์ชัย พี่น้องชาวอำเภอสะเดา จึงได้ร่วมมือกันสืบทอดเจตนารมณ์ของท่าน โดยการสร้างโรงเรียนมัธยมและนำชื่อของท่านมาเป็นที่ระลึกด้วย คือ โรงเรียนสะเดา "ขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์" เพื่อเป็นอนุสรณ์ แด่วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในหัวใจของพี่น้องประชาชนชาวสะเดาทั้งหลาย  "นายขรรค์ชัย กัมพลานนท์" นายอำเภอของเรา

(คัดจาก หนังสือ 40 ปีสะเดา "ขรรค์ชัยฯ" หน้า 26 - 29 เรื่อง นายอำเภอของเรา โดย นิโรจน์ ขาวมาก) พ.ศ. 2537


ประมวลภาพงานฌาปนกิจศพ นายอำเภอขรรค์ชัย กัมพลานนท์ ณ วัดหัวป้อมนอก อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อปี พ.ศ. 2495               


ถ่ายในชุดปริญญาธรรมศาสตร์บัณฑิต  


เมรุชั่วคราว ณ วัดหัวป้อมนอก อ.เมืองสงขลา

   
ร่างกายที่ไร้วิญญาณ


พิธีรดน้ำศพ

   
ข้าราชการและพี่น้องประชาชนมาร่วมพิธีฯ
บริเวณหน้าหีบศพ ฯ

   
น้องชาย,พี่สาว และ นายสายผู้เป็นบิดา


พวงหรีดของ ร.ม.ต. กระทรวงมหาดไทย

   
ข้าราชการและพี่น้องประชาชนมาร่วมพิธีฯ   


พวงหรีดไว้อาลัยจากทั่วสารทิศ

   
พิธีทอดผ้าบังสุกุล

เก็บกสงขลาเกมส์