ศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย มาตั้งแต่ต้น โดยทางมหาวิทยาลัยเน้นรับเด็กนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนที่ขาด โอกาส โดยเราให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมทั้งในเรื่องของบุคลากร สถานที่ เครื่องมือ และอุปกรณ์การทดลอง รวมถึงการเดินทางของนักเรียนและอื่นๆ เพื่อให้เด็กๆ เหล่านี้ได้มีโอกาสในการเรียนรู้และสนุกกับวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาเห็นว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เกิดความรักและความสนใจที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมและประกอบอาชีพนี้ต่อไป ในอนาคต ในส่วนของกิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ในปีนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยินดีที่ได้เป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ซึ่งแสดงถึงพลังความร่วมมือของทุกหน่วยงานในการร่วมกันส่งเสริมการศึกษาแก่ เยาวชนในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”
นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดเปิดเผยว่า “เชฟรอนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาสะเต็ม ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จะช่วยสร้างรากฐานในการพัฒนานวัตกรรมและศักยภาพในการแข่ง ขันของประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ การสนับสนุนโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย 2559 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ที่เชฟรอนร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนส่งเสริมการศึกษาในสาขาสะเต็ม เพื่อให้เยาวชนเห็นว่าการศึกษาในสาขานี้เป็นเรื่องสนุกน่าสนใจ เกิดแรงบันดาลใจและสนใจในการศึกษาต่อด้านนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทยเป็นอย่างดี โดยเชฟรอนประเทศไทยได้สนับสนุนงบประมาณ 10 ล้านบาท ในการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย และจะทำงานร่วมกันเพื่อขยายขอบข่ายการดำเนินงานไปสู่จังหวัดอื่นๆ โดยจะเน้นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาพันธมิตรภายใต้โครงการ Enjoy Science ในจังหวัดต่างๆ อาทิ สมุทรปราการ สงขลา เชียงใหม่ และขอนแก่น โดยคาดว่าจะมีมหาลัยวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาเครือข่ายเพิ่มขึ้นอีก 10 แห่ง และสามารถจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้กว่า 10,000 คน ทั่วประเทศ ภายในปี 2560”
ดญ. อธิชา ฤทธิ์เจริญ หรือ น้องฟ้า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเบญมราชรังสฤษฎิ์ 2 จังหวัดฉะเชิงเทรากล่าวถึงความรู้สึกต่อกิจกรรมในงานว่า “ส่วนตัวชอบวิชาวิทยาศาสตร์และการทดลองอยู่แล้ว จึงดีใจที่ได้ร่วมกิจกรรมในวันนี้และรู้สึกประทับใจมาก เพราะได้ทำการทดลองจริงโดยมีพี่ๆ คอยอธิบายและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้รับทั้งความสนุกและความรู้ไปพร้อมกัน โดยฐานกิจกรรมที่ชอบมากที่สุด คือ “สายรุ้งในขวดแก้ว” ซึ่งนำของเหลวต่างชนิดกันเจ็ดสี มาเทลงในขวดแก้ว โดยของเหลวสีต่างๆ แยกชั้นออกจากกันเป็นสายรุ้งสวยงามมาก และได้รับความรู้เพิ่มเติมในเรื่องความหนาแน่นของของเหลวไปพร้อมๆ กับความสนุกสนาน ส่วนในอนาคตหนูอยากเลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์และตั้งใจจะประกอบอาชีพเกี่ยว กับการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อการแพทย์”
ทางด้าน ดช. สิทธิพงศ์ ยาดี หรือ น้องจิว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบางบัว (เพ่งตั้งตรงจิตรวิทยาคาร) กรุงเทพฯ กล่าวว่า “ผมสนุกกับกิจกรรมในวันนี้มาก เพราะได้ทำการทดลองด้วยตัวเอง ทั้งยังทำให้เห็นว่าจริงๆ แล้ววิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่สนุกและน่าสนใจมาก ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ผมได้เห็นพี่ๆ ใช้อุปกรณ์การทดลองอย่างชำนาญ ก็ทำให้ผมอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์แบบพี่ๆ บ้าง โดยจะกลับไปตั้งใจเรียนวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้นครับ”
ทั้งนี้ หน่วยงานเครือข่ายของโครงการมหาวิทยาลัยเด็กในปัจจุบัน ประกอบด้วยสถาบันการศึกษา ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง องค์กรภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) องค์กรภาคประชาสังคมได้แก่ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย และภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด
ในปี 2559 มหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการฯ จะมีการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ตลอดทั้งปี โดยผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารการจัดกิจกรรมได้ที่เวบไซต์ www.childrensuniversity.in.th