หนุ่มพิการสู้ชีวิตชาว อ.สะบ้าย้อย ร่างกายไร้แขนขาครึ่งท่อน ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ
พบสุดยอดหนุ่มพิการสู้ชีวิตชาว อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ร่างกายไร้แขนขาครึ่งท่อนเหมือนกับ นาย nick vujicic ชายพิการชาวออสเตรเลีย นักสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก โดยสามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ทั้งทำงาน และเรียนหนังสือ รวมทั้งยังเป็นจิตอาสาตัวยงอีกด้วย

วันที่ 28 ก.พ. 60 ที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา มีหนุ่มพิการคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและสามารถใช้ชีวิตเหมือนกับคนปรกติ ซึ่งสภาพร่างกายที่พิการคล้ายๆกับ นาย nick vujicic ชายพิการชาวออสเตรเลียนักสร้างแรงบันดาลใจระดับโลกที่ร่างกายครึ่งท่อนไม่มีมือไม่มีเท้า
[video-0]
หนุ่มพิการคนนี้ คือ นายอับดุลเลาะ มะลี อายุ 26 ปี หรือ แบเลาะ อาศัยอยู่กับครอบครัวที่บ้านเลขที่ 40/4 หมู่2 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา สภาพร่างกายพิการมาตั้งแต่กำเนิดท่อนล่างเหลือแค่สะโพกไม่มีขา ส่วนแขนทั้งสองข้างกุดเหลือประมาณข้อศอก โดยแขนซ้ายมีติ่งนิ้วโป้งเพียงนิ้วเดียว แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตประจำวันแต่อย่างใด สามารถประกอบอาชีพและเรียนหนังสือ เหมือนกับผู้คนทั่วไป จนได้รับฉายา “แบเลาะ นิ้วเดียวสร้างฝัน”และ”แบเลาะ นักเลงนิ้วเดียว” รวมทั้งยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานชมรมคนพิการเทศบาลท่าพญาอีกด้วย
โดยปัจจุบัน แบเลาะ สามารถขับรถจักรยานยนต์สามล้อที่ดัดแปลงขึ้นเป็นพิเศษ เดินทางไปขายของตามตลาดนัดและงานแสดงสินค้าต่างๆซึ่งใช้ความสามารถพิเศษในการเพ้นท์สีแก้วได้อย่างสวยงามจนกลายเป็นอาชีพหลักสร้างได้นับหมื่นบาทต่อเดือน รวมทั้งขับรถเดินทางไปเรียนหนังสือซึ่งขณะนี้จบชั้นม.6 ของกศน.อำเภอสะบ้าย้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการเรียนเตรียมอาชีวศึกษา หรือ PRE-VED สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจที่ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพอำเภอสะบ้าย้อย ซึ่งอยู่ในสังกัดวิทยาลัยการอาชีพนาทวี และสามารถใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือได้อย่างคล่องแคล้วแม้จะมีเพียงนิ้วเดียว

นอกจากนี้จากนี้แบเลาะ ยังเป็นนักกิจกรรมและจิตอาสาตัวยง เป็นทั้งวิทยากรในการบรรยายการเพนท์สีแก้วของ กศน.อำเภอสะบ้าย้อย เดินทางไปร่วมงานต่างๆได้ทั่วประเทศ และยังช่วยเหลืองานสาธารณะประโยชน์ทั่วไปทั้งเช็ดล้างกวาดถูกได้ทุกอย่าง จนกลายเป็นที่รักของผู้คนทั้งอำเภอสะบ้าย้อย และมีการตั้งกลุ่มแบเลาะ FC เพื่อเป็นกำลังใจให้กับแบเลาะอีกด้วย
นายอับดุลเลาะ หรือแบเลาะ บอกว่า ได้รับแรงบันดาลใจในการสู้ชีวิตมาจากการได้มีโอกาสไปเข้าค่ายคนพิการที่กรุงเทพฯเมื่ออายุได้ 9 ขวบ ซึ่งต้องเดินทางไปคนเดียวและใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มคนพิการและได้เห็นคนอื่นๆโดยเฉพาะครูคนหนึ่งที่พิการมากกว่าตนแต่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปรกติ จึงกลายเป็นแรงผลักดันจากที่ต้องให้คนอื่นช่วยตลอดจนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ต้องเป็นภาระของครอบครัวและมีชีวิตที่ดีขึ้นในปัจจุบัน และเหนือสิ่งอื่นใดคือในช่วงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการช่วยเหลือพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทุกเชื้อชาติทุกศาสนา และเป็นแบบอย่างให้ตนช่วยเหลือสังคม ซึ่งคดีประจำใจของตนคือ “ความฝันสร้างได้ถ้าหัวใจไม่ยอมแพ้”และตั้งเป้าหมายที่จะเรียนให้สูงที่สุดอย่างน้อยก็ให้จบปริญญาตรีสาขาคอมพิวเตอร์
แบเลาะยังได้บอกถึงคนที่กำลังท้อหรือมีอุปสรรคในชีวิตว่า แม้จะมีคนให้กำลังใจเราแต่ก็ไม่เท่ากับกำลังใจของตัวเอง ถึงแม้จะได้รับกำลังใจจากคนทั่วโลกแต่ถ้าเราไม่มีกำลังใจที่จะสู้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ด้าน นายสาและ มะลี อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นพ่อบอกถึงความรู้สึกที่มีต่อลูกชายว่า รักและภูมิใจในตัวลูกชายมากแม้ร่างกายจะพิการแต่ก็สามารถทำงานช่วยเหลือครอบครัวโดยที่ไม่เป็นภาระ โดยทุกๆวันจะออกไปซื้อข้าวซื้อน้ำให้กิน แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องการขับรถออกไปทำงานและไปเรียนหนังสือ
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามเรื่องราวชีวิตของ นายอับดุลเลาะ หรือแบเลาะ สามารถติดตามได้ทางเฟสบุ๊คชื่อ อับดุลเลาะ มะลี หรือติดต่อโดยตรงได้ที่โทรศัพท์มือถือหมายเลข 084-526-2295

